เกียร์ออโต้ กับ เกียร์ธรรมดา แบบไหนดีกว่ากัน

เกียร์ออโต้ กับ เกียร์ธรรมดา แบบไหนดีกว่ากัน รถรุ่นใหม่ๆ แทบจะทั้งหมดจะเป็นเกียร์ออโต้ กันเป็นส่วนใหญ่ แทบไม่ค่อยมีเกียร์ธรรมดาแล้ว แต่ยังไงก็แล้วแต่เกียร์ธรรมดาก็มีข้อดี ชนิดที่ว่า คนที่ใช้งานจนเคยชินแล้ว  บางคนไม่ยอมเปลี่ยนไปใช้เกียร์ออโต้ก็มี

เกียร์ออโต้ กับ เกียร์ธรรมดา

1.รถเกียร์ธรรมดาหายาก  

คำว่าหายาก  เป็นเหมือนแรร์ไอเทม  ที่นักใช้รถมือสองต้องการ  และคนที่เคยชินกับเกียร์ธรรมดา  อยากได้ครอบครองมัน  เพราะเป็นของหายาก  

2.การควบคุมรถ เป็นไปอย่างใจนึก

ควบคุมได้ตามที่ต้องการ ถ้าคุณใช้เกียร์ออโต้  การควบคุมจะเป็นแบบกึ่งคนควบคุมกึ่งสมองกล คำนวน  แต่ถ้าคุณใช้เกียร์ธรรมดา การโยกเกียร์ เปลี่ยนเกียร์ทำได้ตามใจคุณเอง คุณอยากให้รอบสูง ก็สามารถทำได้  หรืออยากขับชิลๆ ในทันทีก็ทำได้  

3.ถ่ายทอดกำลังเครื่องยนต์ได้เต็มที่กว่า ได้ดีกว่า

เกียร์ออโต้ มีชิ้นส่วนมากมายในการถ่ายทอดกำลัง  ทำให้ มีอัตราเร่งที่  ไม่ดีเท่า เกียร์ธรรมดา   ถ้าเป็นเกียร์ธรรมดา จะทำงานได้ดีกว่า

4.ขับรถเกียร์ธรรมดาเป็น  เกียร์ออโต้ และรถคันอื่นๆคุณจะขับง่ายขึ้น

เกียร์ธรรมดาถือเป็นของยาก ถ้าคุณเริ่มฝึกเกียร์ธรรมดาก่อน  แล้วค่อยมาฝึกเกียร์ออโต้  คุณจะใช้เวลาปรับตัวไม่นาน เพราะมันง่ายกว่ากันเยอะมาก  แต่ในทางกลับกันถ้าคุณฝึกเกียร์ออโต้มาก่อน แล้วค่อยฝึกเกียร์ธรรมดา จะใช้เวลาเพิ่มขึ้นในการฝึกฝน แต่ไม่ยากจนเกินไปนัก

5.รถเกียร์ธรรมดา  คนมักไม่นิยมยืมใช้

ใครมีเพื่อนชอบขี้ยืม  ถูกใจในสิ่งนี้  เพราะ ไม่ต้องเกรงใจ  ไม่ต้องเสียเพื่อนเวลาปฏิเสธ เวลาเพื่อนขอยืม  เพราะ คนส่วนใหญ่มักขับเกียร์ธรรมดา กันไม่เป็นนั่นเอง

6.เกียร์ธรรมดา  มีโอกาสขโมยน้อยกว่า

เนื่องจากเป็นเกียร์ยาก ขโมยส่วนใหญ่นิยมไปขโมยเกียร์ออโต้มากกว่า เพราะปล่อยขาย และแยกอะไหร่ได้ดีกว่า  ยกเว้นแต่รถคุณเป็นรถเก่าหายากจริงๆ

7.ถ้าคุณซื้อมือสองคุณอาจจะได้ของถูก

ถ้าคุณซื้อเกียร์ธรรมดามือสองคุณอาจจะได้ของถูก บางคันอาจจะหลักหมื่น  เท่านั้น   กี่หมื่นก็ว่ากันไป   ผู้สูงอายุมักถูกใจในสิ่งนี้  คุณอาจจะได้ครอบครองของถูกถ้าตาคุณดีจริงๆ

อย่างไรก็แล้วแต่รถเกียร์ออโต้ กับ เกียร์ธรรมดา  คุณสามารถฝึกฝนได้ ไม่ยากจนเกินไปนัก  แต่ละเกียร์ก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน  คุณควรเลือกตามความเหมาะสม  ถ้าคุณต้องการคำแนะนำ  รวมถึงการฝึกเรียนขับรถยนต์  คุณสามารถติดต่อได้ที่ไอไดร์ฟรังสิต  

เครดิต https://www.sanook.com/auto/82588/

 

การขับขี่รถยนต์อย่างปลอดภัย

การขับขี่รถยนต์อย่างปลอดภัย เราต้องพยายามทบทวนตัวเอง เพื่อความปลอดภัยต่อชีวิต และทรัพย์สินของตัวเราเอง และผู้ใช้ถนนรายอื่นๆ

การขับขี่รถยนต์อย่างปลอดภัย

 

การขับขี่อย่างปลอดภัย ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติอย่างไร

 

1.เคารพกฎจราจร

ทบทวนกฎจราจร บนถนนทั้งหมด เพื่อที่เราจะไม่ละเมิดกฎจราจรโดยที่เราไม่รู้ตัว และปฏิบัติตามกฎจราจร กฎหมายถูกวางไว้ เราทำตามจะปลอดภัย และอุ่นใจกว่าในระยะยาว  

 

2.ดูแลรักษารถยนต์ เตรียมความพร้อมให้รถยนต์

ให้อยู่ระดับที่พร้อมใช้งานอยู่สม่ำเสมอ เช็คระบบ เบรค ,ไฟ ,ยาง ,น้ำมันต่างๆ ,ใบปัดน้ำฝน ,แตร ,แอร์ ,น้ำมันหล่อเย็น ,สายไฟอื่นๆ ,และอื่นๆ ให้อยู๋ในระดับปกติ

 

3.เตรียมความพร้อมของร่างกาย

สภาพร่างกายพร้อมต่อการขับขี่รถยนต์  ไม่ง่วง  ถ้าง่วง  ให้แวะดื่มกาแฟ  หรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน  แต่ถ้าง่วงเอามากๆ  ควรแวะข้างทางเพื่องีบหลับ   หรือหาที่พักแถวนั้นดีกว่า อย่าฝืน เพราะถ้าฝืน อาจจะทำให้เกิดอาการ หลับใน  แล้วชน  อาจจะกลายเป็นหลับไม่ตื่นไปตลอดกาลเลยก็ได้ อันตรายมาก   และไม่ควรดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์  เพราะเครื่องดื่มเหล่านี้จะช่วยให้ประสาทการรับรู้สูญเสียไป ทำให้ขับขี่ได้ยากขึ้น เป็นอันตรายต่อผู้ใช้บนท้องถนน และตัวเอง  ไม่ควรใช้โทรศัพท์ขณะขับขี่ เพราะจะทำให้สมองสั่งการ  ลดลง  สายตาบางทีสมาธิเราไปเพ่ง หน้าจอ  หรือโฟกัสการคุยมากเกินไป  ทำให้ละสายตาในการขับขี่  อาจจะส่งผล  ทำให้ไม่ได้มองรถข้างหน้า ขับชนได้

 

3.คาดเข็มขัดนิรภัย  

เป็นสิ่งที่ควรทำ ทุกครั้งและคาดอยู่ตลอดการขับขี่  จะช่วยให้เวลาถ้าขับรถชน แล้วตัวเราไม่เด้งออกจากตัวรถ  เป็นเหตุให้เกิดความสูญเสีย  จากผลการวิจัย  ถ้าเราคาดเข็มขัดมีส่วนช่วยชีวิตเราได้มากให้ตัวเราติดอยู่กับตัวรถ   ถึงแม้ว่าอุบัติเหตุบางอย่างทำให้คนที่คาดเข็มขัดเสียชีวิตได้ก็จริง  แต่คาดไปเถอะ  กฎหมายให้คาด และช่วยลดความเสี่ยงการเสียชีวิตได้จริง

 

4.พยายามมีสติ  อยู่ตลอดในการขับรถบนท้องถนน

อย่าห่วงกิน ห่วงเล่น ห่วงคุย หรือสมาธิแวบไปที่อื่น   สมาธิจริงๆควรอยู่ที่หน้ารถ มองไปข้างหน้า  อุบัติเหตุมักเกิดเสี้ยววินาที  บางทีก้มไปเก็บมือถือตกลงพื้นก็ไม่ทันการล่ะ  เผลอแปปเดียวก็ขับชนแล้ว

 

5.รักษาระยะห่าง คันข้างหน้า ไม่ควรขับจี้ตูดมากเกินไป

การขับจี้คันข้างหน้า เป็นสาเหตุให้เกิดอุบัติเหตุ  ดังนั้นควรรักษาระยะห่าง 

 

6.ตรวจสอบสภาพอากาศ และการเดินทาง

จะช่วยให้คุณวางแผนการเดินทางได้ปลอดภัยยิ่งขึ้น และถึงที่หมายได้เร็วขึ้น 

 

7.หลีกเลี่ยงการเบรคกระทันหัน

ควรชะรอความเร็ว และค่อยๆเบรค  เพื่อหยุดรถ  การเบรคกระทันหัน ชั้นชิด ทำให้คันหลังไม่ชนท้ายคุณ  และยังรักษาเบรคให้อยู่คงทนอีกด้วย

 

การขับขี่รถยนต์อย่างปลอดภัย  หมายถึง เราควรเช็คความพร้อม ตัวเอง และรถยนต์ ปฏิบัติตามกฎ  มีทักษะการขับรถที่ดี  ขับรถด้วยความเร็วต่ำ  เท่านี้คุณก็จะปลอดภัย

 

เครียด ขับรถไม่เป็น 

เครียด ขับรถไม่เป็น  ไม่ต้องกังวลไป  คิดมากไปก็ยังขับไม่เป็นอยู่นั่นล่ะ อยากขับรถเป็น แต่ กลัว คุณต้องไปเรียนโรงเรียนสอนขับรถเพื่อเพิ่มความมั่นใจ  และมั่นใจในการสอบใบขับขี่เพื่อไปสู่บนท้องถนน  แต่ถ้าคุณขับรถเริ่มเป็นแล้วการออกสู่ถนนทำให้คุณเครียด ต้องระมัดระวัง กลัวนู้นกลัวนี่ ให้คุณเริ่มต้นจาก ติดป้ายที่คันรถว่ามือใหม่หัดขับ  แล้วเมื่อขับขี่ทุกครั้งให้  มีคนที่ขับรถเป็น  คอยนั่งข้างๆ  เพื่อช่วยดูทางและให้คำแนะนำ เบื้องต้นด้วย 

เครียด ขับรถไม่เป็น

 

เมื่อคุณขับบ่อยๆขึ้น จากนิสัยจะเป็นความเคยชิน คุณจะสามารถขับขี่ได้โดยอัตโนมัติ โดยไม่ต้องกังวลอะไรมาก  หลายๆคนที่เพิ่งฝึกหัดขับรถ ก็เป็นแบบเดียวกันกับคุณ  คือเครียดว่าจะขับรถไม่เป็น  เครียดว่าขับรถไม่เก่ง   จนเค้าสามารถขับขี่ได้   คุณลองไปดูบนถนน ว่ามีคนใช้รถยนต์อยู๋จำนวนเท่าไหร่   เค้าเหล่านั้น ก็เริ่มจากหัดขับครั้งแรกๆที่ไม่ค่อยคล่องทั้งนั้น  จนสามารถขับได้เองโดยไม่มีคนบอก  การขับรถ   การเรียนโดยให้คนรู้จักเป็นคนสอนให้  ก็ต้องเลือกดูว่าคนๆนั้นมีทักษะ การขับขี่ที่ดี  และรู้กฎจราจร เป็นอย่างดี เป็นแบบอย่างๆดี  และ  มีทักษะการถ่ายทอด  สิ่งที่ตัวเองทำได้ดี  ให้เป็นภาษาที่เข้าใจง่ายๆ  และต้องมีสถานที่ฝึกหัดขับรถที่กว้างประมาณนึง  ต้องกว้าง  และไม่มีคนเดิน  หรือไม่มีคนแถวนั้น  เพื่อการฝึกเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ถ้าคุณไม่มีปัจจัยเรื่องคนสอนที่ดี และสนามฝึกซ้อม   คุณควรมาฝึกที่โรงเรียนสอนขับรถ แนะนำ ไอไดร์ฟรังสิต  โรงเรียนสอนขับรถ จะมี เทคนิค การขับรถให้ เป็น  ให้คุณได้ฝึกฝน  สอนขับขี่ตั้งแต่เบื้องต้น เลือกได้ว่าจะเรียน เกียร์ออโต้ หรือเกียร์ธรรมดา   รถมอเตอร์ไซต์  รถบรรทุกขนส่งก็มีสอน  บางคนอาจจะคิดว่า ทำไม เรียนขับรถ ยาก จัง  จริงๆแล้วยากแค่เริ่มต้น ถ้ามีครูสอนที่ดี  จะรู้เลยว่าไม่ยากอย่างที่คิด

 

เครียด ขับรถไม่เป็น ท้อ กับการขับรถ  เข้าใจนะ แต่จริงๆ แล้วการขับรถเป็นไม่ขึ้นอยู่กับอายุ  ถ้าคุณอายุ 18 ปีขึ้นไป  คุณก็สามารถเรียนขับรถ ฝึกหัดขับรถได้  การที่กฎหมายไม่ปล่อยให้คนอายุน้อยกว่า 18 ขับขี่ เนื่องจากวุฒิภาวะ  ยังไม่เหมาะสมดีพอที่จะให้ขับขี่บนท้องถนน  คนขับขี่ต้องมีความเป็นผู้ใหญ่  รักษากฎ มารยาทการขับขี่   และคนฝึกหัดขับรถไม่ขึ้นกับการศึกษา  คุณไม่จำเป็นต้องจบอะไรมา   เพียงแค่คุณอยากมีใจที่จะขับขี่  ไม่เป็นโรคอันตรายที่จะส่งผลต่อการขับขี่บนท้องถนน  และไม่เป็นบุคคลวิกลจริตเป็นใช้ได้  โดยต้องมีใบรับรองแพทย์เพื่อยื่นขอใบขับขี่  

 

 

สอนขับรถมือใหม่

สอนขับรถมือใหม่ จริงๆแล้วการขับรถไม่ใช่เรื่องที่ยาก แต่มือใหม่หลายๆคนที่ยังขับไม่คล่อง ขับไม่เป็น หรือไม่เคยขับจะกังวลว่ามันจะยาก มันจะเป็นอย่างนู้น อย่างนี้  เราควรเรียนฝึกหัดการขับรถเป็นสกิลที่ควรมีในยุคปัจจุบัน  สามารถเดินทางไปไหนมาไหนได้  โดยไม่ต้องง้ออขนส่งสาธารณะ  การขับรถควรเริ่มจากพื้นฐาน  ถ้าพื้นฐานดี  การที่จะขับให้แข็ง หรือคล่อง ก็เป็นเรื่องง่าย

สอนขับรถมือใหม่

 

1.ทำความเข้าใจ  กับรถยนต์ที่คุณต้องการซื้อ หรือรถยนต์ที่คุณมีอยู๋ที่คิดจะขับ

ศึกษาหาข้อมูล เกี่ยวกับยี่ห้อ รุ่นของรถ  ประเภทเกียร์  เกียร์ออโต้ หรือเกียร์ธรรมดา  ระบบความรักษาความปลอดภัย จุดเด่น จุดด้อยของรถ  ศึกษาให้หมดจนเข้าใจ

 

2.ศึกษาการขับขี่จาก VDO  ต่างๆ  หรือสังเกตุจากถนนในชีวิตจริง

ศึกษาในท่าทางต่างๆ  การขับขี่  ว่าคนอื่นขับกันอย่างไร ที่ดูถูกต้องและมีประสิทธิภาพ

 

3. สอนขับรถมือใหม่ ควรฝึกขับท่าทั่วๆไปพื้นฐานให้ชำนาญ

พื้นฐานต่างๆเป็นสิ่งสำคัญ  คุณควรให้ความสำคัญ  

ขับท่าทางตรง  ถอยหลัง  ,ถอยรถจอดเทียบท่า ,ถอยรถเข้าซอง  ออกจากท่า  ,เปลี่ยนเกียร์ การเลี้ยว ซ้าย ขวา  และการยูเทิร์น  ขึ้นเนิน ลงเนิน  การหลบสิ่งกรีดขวางฯลฯ

 

4.ศึกษากฎระเบียบจราจร  กฎหมายรถยนต์

ศึกษาทั้งหมดทุกข้อ  และกฎหมายรถยนต์ต่างๆ  ให้เข้าใจ  ก่อนที่คุณจะลงขับขี่บนท้องถนนจริง  เพื่อป้องกันความผิดพลาดจากที่คุณไม่รู้  ถ้าเกิดเหตุจริงๆ คุณจะอ้างว่าไม่รู้ไม่ได้

 

5.อุบัติเหตุจากข่าวต่างๆ  คุณควรให้ความสนใจ

มีคลิป  และเนื้อข่าวมากมาย  ที่เกิดอุบัติเหตุ  ควรศึกษาข้อผิดพลาดจากคนเหล่านั้น และพยายามคิดว่าถ้าเกิด สถานการณ์แบบนั้นกับคุณ  คุณจะแก้ปัญหาอย่างไร  คุณควรคิดล่วงหน้า ในหลายๆเหตุการณ์  เพื่อป้องกันการสูญเสีีย  ร่างกาย ทรัพยสิน หรือชีวิต

 

6.ศึกษามารยาท ทางการขับขี่  

เพื่อที่เราจะไม่เผลอเรอ  ทำอะไรขัดหูขัดตาคนอื่น  ให้คนอื่นว่าลับหลังได้  เราควรมีมารยาท ทางการขับขี่ ต่อผู้ร่วมเดินทางด้วยกัน

 

7.ศึกษาการบำรุงรถยนต์ การตรวจสอบรถยนต์

การเช็คสภาพรถยนต์ และบำรุงรถยนต์อยู่สม่ำเสมอเป็นสิ่งสำคัญ  ช่วยให้รถของคุณมีอายุยืนยาวนานขึ้น

 

8.การเรียนโรงเรียนสอนขับรถเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับมือใหม่

โรงเรียนสอนขับรถที่แนะนำคือ ไอไดร์ฟรังสิต  ที่เป็นไปอย่างมาตรฐานของกรมการขนส่งทางบก  การฝึกหัดขับเอง  บางทีเราอาจจะตกบกพร่อง  ในส่วนที่สำคัญไป  และสนามการฝึกซ้อมอาจจะไม่ได้มาตรฐาน  การเรียนโรงเรียนสอนขับรถ ย่นระยะเวลาฝึกหัดให้คุณได้ขับรถเป็นเร็วขึ้น  และปลอดภัยต่อร่างกาย และทรัพย์สิน  

 

 

โรงเรียนไอไดร์ฟรังสิต  สอนขับรถมือใหม่  หรือมือเก่าที่ลืมๆการขับ  คุณสามารถมาเรียนได้

 

เครดิต

http://www.siamebook.com/lbro/en/driving-car/5588-driving-tips-for-starter.html

ขับรถยากไหม

ขับรถยากไหม  หลายๆคนที่ไม่เคยขับรถ กังวลว่ามันจะยาก ตัวเองจะสอบไม่ผ่าน  ต้องใช้เวลาฝึกฝนนาน  ความจริงแล้วการขับรถนั้นไม่ยากจนเกินไปนัก  ไปลงเรียนที่โรงเรียนสอนขับรถ 15 ชั่วโมง เดี่ยวก็สามารถขับขี่ด้วยตนเองได้  การขับรถเป็นทักษะที่ฝึกฝนได้ ใช้พรแสวง ไม่ใช่พรสวรรค์ หลายๆ คนขับรถไม่เก่ง สอบไม่ผ่านเกิดอาการท้อ  ความจริงแล้ว  เป็นเรื่องปกติ  ถ้าเราฝึกฝนบ่อยๆ จนเกิดความชำนาญ  เราก็สามารถขับขี่ได้อย่างคล่องแคล่ว  เหมือนแรกๆเกิดมาเรา  ก็ยังไม่สามารถเดินได้  คุณใช้เวลาฝึกฝนเริ่มต้นจากคลานก่อน แล้วค่อยเดิน  การขับรถก็เช่นกันคุณต้องใช้เวลากับมัน  การฝึกขับรถที่โรงเรียนสอนขับรถ เหมือนล่นระยะ การฝึกหัดขับของคุณ ให้สั้นลง  และปลอดภัยกว่าที่คุณไปฝึกหัดขับเอง  การที่คุณหัดขับเอง คุณต้องระวังคน ,ระวังรถ ,ระวังเด็ก ,ระวังสัตว์เลี้ยง หมาจรจัด  เมื่อคุณเรียนที่โรงเรียนสอนขับรถ  เมื่อเป็นแล้ว ครูฝึกจะพาออกไปสู่ถนนจริง  แรกๆอาจจะประหม่า  เกร็งๆเมื่ออยู่ถนนฝึกซ้อม  ถ้ามั่นใจมากขึ้น  ลงสู่ถนนจริงบ่อยๆ  จะทำให้คุณสามารถขับรถได้คล่องขึ้น

ขับรถยากไหม

 

 

ขับรถยากไหม  การขับรถนั้นไม่ยาก  ทำตามขั้นตอนดังนี้

  1. เลือกโรงเรียนสอนขับรถที่ได้คุณภาพ ผ่านมาตรฐานการรับรองจากกรมขนส่งทางบก แนะนำที่ไอไดร์ฟรังสิต
  2. เลือกหลักสูตร เลือกเกียร์ที่คุณต้องต้องการฝึกฝน เกียร์ธรรมดา หรือเกียร์ออโต้
  3. ทบทวนกฎจราจร ป้ายเตือนต่างๆ
  4. รู้วิธีตรวจเช็ค สภาพรถ
  5. มีความรอบคอบ ตั้งสติก่อนสตาร์ทรถ  มีสติในการขับรถทุกขณะ
  6. การวางมือ จับพวงมาลัย  ท่านั่งในรถ
  7. หัดขับรถ เดินหน้า ถอยหลัง เลี้ยวรถ
  8. จอดเทียบทางเท้า จอดเข้าซอง
  9. เว้นระยะห่าง จากรถข้างหน้า
  10. ฝึกขับทางชัน ทางลาด

 

ขับรถยากไหม  ในช่วงออกสู่ถนนใหญ่แรกๆ  อาจจะต้องฝึกออกมาช่วงที่รถน้อยๆ  ลองขับใกล้ๆบ้านก่อน  ระยะนึง  วนไปวนมา  ให้เกิดความมั่นใจเชื่อมั่น  คุ้นชินกับถนน  แล้วค่อยๆออกไปสถานที่ไกลๆ  ประสบการณ์ขับรถคนเดียวครั้งแรก เราจะตื่นเต้น  ถ้าเราขับบ่อยๆ  เราจะสามารถขับรถได้อย่างอัตโนมัติ

 

ขับมอเตอร์ไซค์ไม่เป็น 

ขับมอเตอร์ไซค์ไม่เป็น  บางคนขับมอไซค์ไม่เป็น  ไม่เคยขับมอเตอร์ไซค์ ไม่กล้าขับ กลัวการขับขี่ เห็นข่าวมอเตอร์ไซค์  หลายๆข่าวทำให้กลัว  หรือบางคนอาจจะกลัวเรื่องอื่นๆ  

 

ขับมอเตอร์ไซค์ไม่เป็น

กลัวว่าเท้าไม่ถึงพื้น

สำหรับผู้ที่ ความสูง ไม่เกิน 160 ซม.  อยากจะขับ Bigbike บางรุ่น  ไม่สามารถ เอาเท้าลงที่พื้นเต็มเท้าได้  อาจจะเกิดความไม่มั่นใจ  ถ้าเขย่งเท้า  ซึ่ง อาจจะดูไม่เหมาะมากนัก  

 

กลัวการคล่อมรถที่สูงกว่า

คนตัวไม่สูง  ที่ขาต่ำกว่าเบาะ จะวิธีการเตะขาวาดข้ามเบาะไป อีกฝั่ง  นั่งคล่องรถ  แบบนี้มีโอกาสเป็นตะคริวสูง  มีวิธีง่ายๆ ที่ช่วยลดการตะคริว คือ  ก่อนที่จะเตะขาขึ้นไป  ให้เอียงรถมานิดนึง  แล้วเตะขาวาดไป   แล้วเอียงกลับเพื่อถ่ายน้ำหนัก  

 

กลัวว่าการขับขี่แล้วจะหงายหลัง

มือใหม่กลัวการบิดผิดจังหวะที่แรงเกินไป จนกลัวการหน้าหงาย หรือหงายหลัง ความจริงแล้วไม่ต้องกลัว ให้ค่อยๆบิด แล้ว เอียงตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย

 

กลัวการขับมอเตอร์ไซต์ในตอนฝนตก

สภาพถนนประเทศไทย  บางส่วนไม่ค่อยดีมากนัก หลายคนกลัวการถนนลื่น  แล้วเกิดเสียหลักชนเข้ากับรถคันอื่น หรือชนสิ่งกีดขวาง  การที่ถนนลื่นตอนฝนตกนั้น เราต้องระมัดระวังมากขึ้น  แต่ถ้าฝนตกหนักจริงๆ ควรหาที่จอดที่ร่ม เพื่อหลบฝน  เมื่อฝนเริ่มซา  หรือหยุดตก  ค่อยขับต่อจะเป็นหนทางที่ดีกว่า

 

กลัวการเข้าโค้ง หรือยูเทิร์น

หลายคนกลัวการขับขี่  เมื่อถึงทางโค้ง  ฝึกการขับขี่  โดยใช้สายตา  ท่าทาง  การเบรค  ทุกส่วนจะต้องผสานกัน  

 

ถ้าคุณ  ขับมอเตอร์ไซค์ไม่เป็น  คุณควรฝึกฝนให้มาก   เมื่อขับไปซักพักจะมีความชำนาญในการขับขี่ คุณควรมีสติอยู่ทุกขณะ สวมหมวกกันน็อคที่ได้รับมาตรฐานทุกครั้ง เมื่อขับขี่รถจักรยานยนต์ ไม่ควรวอกแวก  ไม่ควรดูมือถือ  หรือคุยโทรศัพท์ ขณะขับขี่  ไม่ใจร้อน  เมื่อรถติดไม่ควรซอกแซกไปมา จะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย  คอยดูสัญญาณไฟ  เลี่ยงการเบียดไปในพื้นที่แคบ  รอสัญญาณไฟ  เว้นระยะห่าง  ไม่ซ์้อนสาม  ไม่ซ้อนสี่  ไม่ขับขี่ปาดไปมา  ทำตามกฎระเบียบจราจร

 

จริงๆแล้ว ขับมอเตอร์ไซต์ก็เหมือนการขับขี่จักรยาน  บางคนบอกว่าง่ายกว่าขับจักรยานด้วยซ้ำ   แค่จากการปั่น  เป็นมือบิดคันเร่ง  ขับจริงๆ  1-2 วันก็ขับเป็นได้  ถ้ามีคนฝึกสอนที่ดี  และเรามีความพร้อม  

 

ขับมอเตอร์ไซค์ความเร็ว  ที่ควรใช้ไม่ควรเกิน 80 กม. ต่อชม. 

 

มอเตอร์ไซค์ เป็นยานพาหนะที่สะดวก มีความคล่องตัวสูง และผู้ขับขี่ยังเปนที่ต่องการของกลุ่มบริษัท ขนส่งต่างๆ การมีใบขับขี่ ช่วยเพิ่มมั่นใจในการใช้ท้องถนน ที่โรงเรียนเรามีหลักสูตรอบรมพร้อมทำใบขับขี่ สะดวก รวดเร็ว ไม่ต้องรอคิวนาน

 

หัดขับรถยนต์ ที่ไหนดี

หัดขับรถยนต์ ที่ไหนดี  หลายๆคนอยากขับรถเป็น  อยากได้รถเพื่อขับขี่ใช้ในกรณีส่วนตัว ทำงาน เที่ยว  กับแฟน กับครอบครัว   ไม่อยากนั่งรถประจำทาง รถเมล์ รถ BTS ,MRT  เบียดเสียดกับคนอื่น  ถึงแม้ถนนบางสายจะติดขัดรอนาน  บางคนก็เลือกที่จะใช้รถเพื่อความสะดวกในการเดินทาง  และด้วยราคารถปัจจุบันที่ออกรุ่นใหม่ๆ กันมาเพียบ  ทำให้ปรับราคากันถูกลง ในรุ่นเก่าๆ  หลายคนก็ไปสอยรถป้ายแดงมาขับ กันให้เพียบ  การที่คุณจะมีรถได้ด่านแรกที่คุณต้องทำคือศึกษาหาข้อมูล เกี่ยวกับรถ  และการขับรถยนต์  กฎระเบียบจราจร  ปัจจุบันมีสถาบันโรงเรียนสอนขับรถยนต์มีมากมาย  แต่เราต้องเลือกให้ถูก เพื่อช่วยให้คุณประหยัดค่าใช้จ่าย และเวลา ในการที่คุณจะสามารถขับรถได้อย่างรวดเร็ว  โรงเรียนสอนขับรถที่มีคุณภาพจะต้องการันตีได้รับการรับรองจากกรมการขนส่งทางบก

 

หัดขับรถยนต์ ที่ไหนดี

 

วิธีการเลือกโรงเรียนสอนขับรถคือ

 

1.เลือกโรงเรียนสอนขับรถตามหลักสูตร 

โดยดูหลักสูตรการสอนขับรถต่างๆ  โดยทั่วไปแล้วจะแบ่งเป็นภาคทฤษฎี  และภาคปฏิบัติ  ลองสอบถามในหลักสูตรที่คุณสนใจ  ดูว่าคุณมีพื้นฐานมามากน้อยแค่ไหน  โดยทั่วๆไปโรงเรียนสอนขับรถ จะเน้น ทั้งด้านทฤษฎีและ ภาคปฏิบัติ  เพื่อให้คุณสามารถสอบผ่านทั้งสองส่วน  แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น คุณสามารถคุยกับครูฝึกสอนเพื่อเน้นย้ำในส่วนที่คุณอ่อนด้านนั้นได้

 

2.โรงเรียนสอนขับรถ จะต้องผ่านหลักสูตรจากกรมขนส่งทางบก

เป็นโรงเรียนที่ได้รับการรับรองจากกรมการขนส่งทางบก  และมีใบอนุญาตในการจัดการเรียนการสอน ออกโดยกระทรวงศึกษาธิการ  สามารถฝึกสอนได้อย่างเป็นไปอย่างมาตรฐาน และถูกกฎหมาย  ถ้าโรงเรียนสอนขับรถไม่มีทั้งสองส่วนนี้อาจจะไม่ถูกกฎหมาย  ไม่น่าเชื่อถือ

 

3.เลือกโรงเรียนสอนขับรถ  ที่คุณสามารถเดินทางได้สะดวก

เลือกโรงเรียนที่มีความน่าเชื่อถือ และคุณสามารถไปเรียนได้สะดวก

 

4.เลือกโรงเรียนสอนขับรถที่สามารถพร้อมสอบใบขับขี่ได้ในตัว

ถ้าโดยทั่วๆไปแล้วถ้าคุณเรียนด้วยตนเอง  หรือเรียนกันเอง  หรือเรียนขับรถตามหลักสูตรแล้ว จะต้องไปยื่นเพื่อขอสอบใบขับขี่ที่กรมขนส่งทางบก  ซึ่ง ค่อนข้างใช้เวลายุ่งยากเพิ่มขึ้นไปอีก  แต่ถ้าคุณสามารถพร้อมเรียนจบ และสอบใบขับขี่ได้ในตัวเองเลยจะทำให้คุณประหยัดเวลาเพิ่มขึ้น  

 

5.เลือกโรงเรียนสอนขับรถ  ที่มีรีวิวนักเรียนเยอะ

รูปรีวิว นักเรียนที่เรียนสอนขับรถ สำเร็จ เป็นเครื่องการันตี  ว่าโรงเรียนนั้น ครูสอนมีคุณภาพ  หลักสูตรมีคุณภาพ  

 

หัดขับรถยนต์ ที่ไหนดี  แนะนำโรงเรียนสอนขับรถยนต์ไอไดร์ฟ รังสิต มีคุณสมบัติครบทุกข้อดังที่กล่าวมา  คุณควรเชื่อมั่น  เชื่อถือได้    การ หัดขับรถยนต์ด้วยตัวเอง อาจจะไม่ได้มีคุณภาพเทียบเท่าการมีครูฝึกดีๆ โรงเรียนสอนขับรถดีๆ  ถ้าคุณเป็นมือใหม่หัดขับ ที่อยากขับรถ ก็ควรฝึกที่โรงเรียนจะดีกว่า

 

วิธีหัดขับรถให้เป็นเร็ว

วิธีหัดขับรถให้เป็นเร็ว   ขั้นตอนการหัดขับรถให้เป็นสำหรับมือใหม่  มือใหม่หลายคนอยากขับรถให้เป็น  เพื่อสามารถขับไปไหนมาไหน ได้อย่างสะดวก  หลายคนเกิดความกังวล ไม่รู้วิธีการขับที่ถูกต้อง  ควรจะทำอย่างไรให้เป็นเร็ว

 

วิธีหัดขับรถให้เป็นเร็ว

 

  • ขับรถทางตรง  ขนานไปกับขอบทาง  สังเกตุที่ขอบทางด้านข้าง  รถไม่คดเคี้ยวไป  ไม่คดเคี้ยวมา

 

  • ขับรถถอยหลัง  ขนานไปกับขอบทาง  เช่นเดียวกับการขับรถทางตรงเดินหน้า  หลักการเดียวกัน รถไม่คดเคี้ยวไปมา

 

  • ลองหัดเข้าเกียร์ ไป เข้าเกียร์มา  ลองให้ครบทุกเกียร์  เปลี่ยนเกียร์ให้ชำนาญ

 

  • ลองหัดเลี้ยว หักหลบ สิ่งกรีดขวางบนถนน อาจจะวางกรวย  หรือ  วางขวดใส่น้ำ   หลบให้พ้น

 

  • ฝึกการเลี้ยว ขวา ซ้าย ให้คล่องแคล่ว  เลี้ยวรถไปตามถนน  ดูรถจากสัญญาณไฟเลี้ยว  ดูรถด้านหน้า ด้านหลัง  รถขับตามหลังคุณ  ฝึกการเลี้ยวและเข้าโค้ง

 

  • ฝึกการใช้สายตา ในการมองรถ  ด้านซ้าย ขวา  กระจกมองข้าง ดูรถที่ตามมา  ฝึกกะระยะการปลอดภัยของตัวรถ

 

  • ฝึกการจอดรถในซอง  จอดรถเทียบกับคันอื่น จอดรถเข้าข้างทาง ให้ปลอดภัย   ฝึกการออกจากที่จอดรถ  แบบเป็นสเตป

ฝึกขับรถ ทางลาดชัน ทางเนิน การจอดพักบนเนิน  การขึ้นเขา ลงเขา  อย่างปลอดภัย

 

  • ฝึกเร่งความเร็ว การเบรค การออกตัว จังหวะ ความเร็ว  เราสามารถควบคุมได้อย่างใจต้องการ

 

1.กฎระเบียบจราจร คุณควรรู้ และศึกษา อย่างละเอียด

เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเอง และความปลอดภัยของผู้ใช้บนถนน  คุณควรศึกษาให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ในทุกเรื่องกฎจราจร  มารยาทการขับขี่ที่ดี

 

2.ฝึกวางแผนในการขับรถ คิด วิเคราะห์ แยกแยะ

ฝึกขับรถ  หาข้อผิดพลาดของตัวเอง แล้วมานั่งคิดทบทวนว่าควรจะปรับปรุงตรงไหนให้ดีขึ้น  พัฒนาฝีมือการขับรถยิ่งขึ้น  ปรับการขับขี่  ไม่ให้เป็นอันตราย   และปลอดภัยยิ่งขึ้น  เช่นการขับรถช้าไม่ควรแช่เลนขวา   

 

3.ฝึกการวางแผนการเดินทาง  ในเส้นทางใหม่ๆ  

เมื่อคุณเริ่มขับรถได้แล้วเป็นแล้ว คุณควรศึกษาเส้นทางการเดินรถ ก่อนที่จะออกเดินทาง เส้นทางที่จราจรไม่ติดขัดมากนัก  และช่วงเวลาที่เหมาะสม  ต้องดูว่า  คุณต้องดูว่าคุณต้องเลี้ยวซอก ซอยไหน  ควรระวังว่า GPS บางทีก็พาคุณหลงทาง หรืออ้อมเอาได้  คุณควร เช็คกับผู้เชี่ยวชาญด้านการ เดินทางอีกทีนึง  เมื่อศึกษาเส้นทางนึงได้แล้ว  ลองหัด เดินทางเส้นทางใหม่ๆ  ในจุดมุ่งหมายเดิม  เพื่อให้สมองรับรู้เส้นทางถนนมากยิ่งขึ้น  

 

วิธีหัดขับรถให้เป็นเร็ว  ถ้าคุณอยากขับรถให้เป็นเร็วจริงๆทางที่ดีควรมีครูสอนที่มีความชำนาญ มีประสบการณ์สอน เป็นระยะเวลายาวนาน  เลือกโรงเรียนสอนขับรถที่มาตรฐาน  มีสนามให้ฝึกซ้อม  ทางเราแนะนำ ไอไดร์ฟรังสิต  ทุกอย่างเป็นไปอย่างมาตรฐานสากล ช่วยให้คุณขับรถเป็นเร็วอย่างแน่นอน

 

เครดิต

khaotoyota.com/วิธีหัดขับรถให้เป็นเร็/

http://www.mocyc.com/board/32028/วิธีหัดขับรถให้เป็นเร็วสำหรับสาวๆที่ไม่เคยขับรถเลย

 

อยากขับรถเป็นแต่ใจไม่กล้า

อยากขับรถเป็นแต่ใจไม่กล้า  สิ่งที่คนกลัวเวลาขับรถ มีหลายๆคนมักเกิดความกลัวไปก่อนจนไม่กล้าจะขับรถยนต์  ความกลัวทำให้เราขับรถไม่เป็น  อยากจะขับนะ  แต่กลัว  มีหลายสิ่งที่กลัว  เช่น

อยากขับรถเป็นแต่ใจไม่กล้า

อยากขับรถเป็นแต่ใจไม่กล้า กลัวขับรถชนคันอื่น หรือรถคันอื่นขับรถมาชน

-แก้โดยการขับขี่อย่างระมัดระวัง ไม่ขับเร็วจนเกินไป  ไม่ช้าจนเกินไป  ทำตามสัญญาณจราจร  และดูรถรอบข้างบนท้องถนน

 

อยากขับรถเป็นแต่ใจไม่กล้า กลัวการขับรถเปลี่ยนเลนส์

  • คุณควรรักษาระยะห่างระหว่างเปลี่ยนเลนส์ ไม่ควรเปลี่ยนเลนส์ ในระยะที่แคบจนเกินไป   ให้สัญญาณไฟ โดยเร็วตั้งแต่เนิ่นๆ แล้วดู คันหลังขับรถชะลอ แล้วจึงทำการเปลี่ยนเลนส์  ขับรถอย่างระมัดระวังไม่รีบร้อน 

 

รถติดบนคอสะพาน หรือติดเนินลาดชัน

  • คนจะเกิดอาการกลัวว่า  ถ้าออกตัวเดินเครื่องผิดจังหวะ จะส่งผลให้รถไหล ไปชนคันหลังเข้า  สำหรับเกียร์อัตโนมัติ ให้ เกียร์อยู่ตำแหน่ง D เท้าแตะเบรค  หรือดึงเบรคมือเพื่อหยุด  แต่ถ้าต้องการเคลื่อนรถ ให้  ปลดเบรคมือ  เท้ายกเบรค  แล้วเหยียบคันเร่งๆเครื่อง

 

ถอยรถเข้าในซอง

  • วิธีการนี้ไม่ยาก มีสอนในคลิปโรงเรียนสอนขับรถไอไดร์ฟรังสิตของเรา  https://www.youtube.com/watch?v=Emnx3gvPNyI

 

จอดรถเทียบทางเท้า 

  • สำหรับมือใหม่ ถือว่าอาจจะยาก  แต่ถ้าชำนาญแล้วก็ไม่ยากนัก  ให้เข้ารถเข้าหาทางที่จะจอดเทียบ  ให้ล้อทับเส้นขาวพอดี แล้วหมุนพวงมาลัยกลับ  ขับเดินหน้าแล้วรอให้รถเทียบกับเส้นขาวไหม  แล้วค่อยคืนพวงมาลัย

 

ยูเทิร์นกลับรถ

  • เป็นท่าที่หลายๆคนมือใหม่กังวลอยู่เหมือนกัน เพราะกะระยะไม่ถูกบางทีเข้าขวามากไป บางทีก็เข้าซ้ายมากไป  ยูเทิร์นเมื่อรถว่างจริงๆ ดูว่าไม่มีอะไรมาตัดหน้าเรา  เลี้ยวแบบช้าๆ  หลบรถทางตรง  ระวังรถข้างหลัง ไม่ควรขับช้าจนเกินไปนัก  

 

อยากขับรถเป็นแต่ใจไม่กล้า  ถ้าคุณกลัวการขับรถ สิ่งสำคัญคือการปรับเปลี่ยนทัศนคติ  คุณลองคิดดูว่า  มีคนขับรถบนท้องถนนกี่คน  กี่คัน  ทั้งประเทศ  หรือทั่วโลก  แน่นอนมีจำนวนมากมาย  เพราะเค้าฝึกฝน  แรกๆเค้าก็ไม่ได้ขับรถเป็น  บางคนจบแค่ ป.4 หรือเรียนไม่จบ  ด้วยซ้ำ  เค้าก็ยังขับรถได้  แสดงว่าการขับรถมันไม่ได้ยากนั่นเอง ถ้าคุณเข้าใจ  คุณอาจจะเริ่มต้นโดยการอยู่บนรถลองสต๊าดเครื่องดูก่อน  จับพวงมาลัย  แต่ยังไม่ต้องขับเคลื่อน  จริงๆแล้วคุณควรมีครูฝึกสอนที่ดีในการปรับทัศนคติการขับรถของคุณ  และช่วยผลักดันให้คุณเริ่มขับรถ  แรกๆทุกคนก็มีความกลัวในครั้งแรกทั้งนั้น  ถ้าคุณเริ่มครั้งแรกได้แล้วครั้งต่อไปคุณจะมั่นใจมากขึ้นในการขับรถ  มากขึ้นเรื่อยๆ  ถ้าคุณขับเป็นแล้วก็ออกสู่ถนนจริง  ทางครูสอนของเราก็จะช่วยนั่งประกบให้คุณ ขับขี่ออกถนนจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ   เมื่อคุณขับทุกวันความกลัวที่เคยมีมาในครั้งแรกๆจะหายไปเอง

 

หัดขับรถบรรทุก  กับโรงเรียนไอไดร์ฟรังสิต

หัดขับรถบรรทุก  กับโรงเรียนไอไดร์ฟรังสิต มีหลักสูตรเพื่อการขนส่งทางบก  บ2/ท2  เป็นหลักสูตรสำหรับขับรถบรรทุก  สามารถเรียน และต่อยอดไป ท.3 ได้  

 

คุณสมบัติผู้ที่ต้องการ  สอบใบขับขี่รถ ท.2 /รถที่ใช้เพื่อการขนส่งประเภท 2  

1.ต้องมีอายุ อย่างน้อย 20 ปี บริบูรณ์ 

บ.2 อายุ 20 ปี

ท.2 อายุ 22 ปี (ตรวจสอบประวัติอีกทีนึง)

2.ผู้ขอใบอนุญาติขับขี่ จะต้องไม่มีความผิดปกติทางด้านร่างกาย  และจิตใจ  ที่อันเป็นเหตุอันตรายต่่อผู้ขับขี่บนท้องถนน

3.มีหลักเกณฑ์  ของกรมขนส่งทางบก ที่ผ่าน สมรรถภาพ ร่างกาย ดังนี้

 

-ทดสอบในการเบรคเท้า3 ครั้ง  ให้ น้อยกว่า หรือเท่ากับ 0.75 วินาที  เป็นจำนวน  2 ใน 3 ครั้ง  ถ้าได้คือสอบผ่านข้อนี้

-ทดสอบสายตาทางกว้าง ด้านซ้าย เป็นมุมกว้าง 75 องศา  และด้านขวา เป็นมุมกว้าง 75 องศา  ทำได้  เป็นจำนวน 2 ใน 3 ครั้ง  ถ้าทำได้สอบผ่านข้อนี้

-ทดสอบสายตาทางลึก  ทดสอบการมองเห็น ใน ระยะ ระดับ 2.5 -3.5 ม.   ทำได้โดยคลาดเคลื่อนไม่เกิน 1 นิ้ว  ถ้าทำได้ 2 ใน 3 ครั้ง คือสอบผ่านข้อนี้

– ทดสอบว่าตาบอดสีหรือไม่ สีแดง สีเขียว สีเหลือง ทดสอบในระยะ 3 เมตรขึ้นไป  โดยผู้ทดสอบ ถ้าทำได้ 2 ใน3 ครั้ง ถือว่าสอบผ่านข้อนี้

 

หลักฐานการสมัครคือ

1.บัตรประชาชนตัวจริง

2.รูปถ่ายหน้าตรง 1 นิ้ว จำนวน3 รูป (ถ่ายไม่เกิน6 เดือน)

3.ใบรับรองแพทย์ แพทย์เซ็นกำกับ ไม่เกิน1 เดือน

 

เนื้อหาที่เรียน ท.2  ทั้งหมด 41 ชม.  คิดเป็น ทฤษฎี 14 ชม.  นอกนั้นเป็นภาคปฏิบัติ  ภาคทฤษฎี  มีเนื้อหาคือ  กฎหมายที่เกี่ยวข้อง  ,การขับขี่ปลอดภัย การขับรถที่ดีเป็นอย่างไร  ความเสี่ยง  ,  ผู้ขับขี่ มนุษยสัมพันธ์  มารยาทการขับขี่  ,การฝึกหัดขับ ,การขนส่งวัตถุ ,สิ่งของอันตราย

 

หัดขับรถบรรทุก

ภาคปฏิบัติครูสอนมีการขับขี่ให้ดูเบื้องต้น  และ  สอนตั้งแต่เริ่มแรก  จนสามารถหัดขับบนสนามจำลอง  และ ถนนจริงได้  ไม่ยากอย่างที่คิด  นักเรียนจะได้เรียนรู้ทุกขั้นตอน แม้กระทั่ง  การกะระยะ  ไม่ให้เบียดชน   มีนักเรียนมากมาย มาขับรถ ท.2 แล้วต่อยอดเป็น ท.3   และรับงานขับรถขนส่ง  มีรายได้ดีมากมาย  ขั้นต่ำที่เห็นก็ 2 หมื่นบาทต่อเดือน   บางคนได้มากถึง4 หมื่นบาทต่อเดือน  ขับรถขนส่งเป็น เป็นความต้องการของตลาด  มีงานแน่นอน  โรงเรียนของเราเป็นโรงเรียนสอนขับรถขนส่ง โรงเรียนสอนขับรถพ่วง

 

หัดขับรถบรรทุก