รถป้ายแดงคืออะไร

รถป้ายแดงคืออะไร รถป้ายแดงคือ รถที่ซื้อใหม่ๆ และรอเพื่อจดทะเบียนรถ ป้ายแดงเป็นป้ายทะเบียนที่กรมขนส่งทางบก ออกป้ายให้บริษัทตัวแทนจำหน่ายรถ หรืออาจจะเป็นป้ายทะเบียนที่สำรองติดไปกับรถในขณะที่ส่งรถให้ลูกค้า หรือรถที่นำไปซ่อมได้ รถป้ายแดงให้ใช้เพียงแค่ 30 วันเท่านั้น (นับจากวันรับรถ) ถ้าใช้เกิน 30 วัน จะมีโทษปรับ 10,000 บาท เพราะทางกฎหมาย จะหมายถึงมีความเจตนาจงใจจะเลี่ยงภาษี

รถป้ายแดงคืออะไร

 

 

สมุดคู่มือป้ายแดง

รถทะเบียนป้ายแดง จะต้องมีบันทึกไว้สมุดบันทึก เกี่ยวกับ ชื่อนามสกุล, ชื่อรถ ,หมายเลขเครื่องยนต์ ,หมายเลขตัวรถ ,ขับขี่วันเวลา ต้นทางไปปลายทาง ,ใช้รถยนต์เพื่ออะไร เวลาเจ้าหน้าที่จราจรขอตรวจสอบ จะต้องมีให้ตรวจสอบ ปกติคู่มือการบันทึกจะมีมาให้ แต่ถ้าทำหายขอได้ที่กรมขนส่งทางบก ถ้าไม่บันทึกมีความผิด ปรับ 1,000 บาท สมุดบันทึกให้พกติดตัวเสมอเมื่อเดินรถ

รถป้ายแดงขับได้ถึงกี่โมง

สามารถขับได้ตั้งแต่ 6.00น. ถึง 18.00น. แต่สามารถ ไปจนถึง 20.00 น.ได้ ถ้ากล่าวคือ ได้ตั้งแต่ตะวันขึ้น ถึงตะวันตกดิน เนื่องจาก การเดินทางติดขัด ถ้าฝ่าฝืนข้อบังคับนี้จะเสียค่าปรับ 10,000 บาท ที่มีกฎนี้เพราะ รถคันอื่นสังเกตุป้ายแดงได้ยาก อาจจะก่ออุบัติเหตุได้ และมิจฉาชีพ อาจจะนำไปใช้ตอนกลางคืนได้ ป้ายทะเบียนแดงมีการใช้วนเวียนกัน ติดตามตัวได้ยาก

 

รถป้ายแดงขึ้นทางด่วนได้ไหม

คำตอบคือได้ แต่ต้องเป็นเวลาที่กำหนด ตะวันขึ้นถึงตะวันตกดินตามที่กล่างด้านบน

 

รถป้ายแดงขับไปต่างจังหวัดได้ไหม

คำตอบคือไม่ได้ ไม่สามารถวิ่งข้ามเขตได้ ให้ใช้ได้เฉพาะจังหวัดทีระบุไว้บนป้ายแดง แต่ถ้ามีความจำเป็นจริงๆเพียงแต่ว่า ต้องบันทึกไว้ที่คู่มือ และนายทะเบียนเซ็นหลักฐาน นายทะเบียนจะมีการกำหนดวันไปกลับไว้ ถ้ามีการเรียกตรวจก็ให้ยื่นคู่มือที่บันทึกไว้ให้เจ้าหน้าที่ ออกนอกพื้นที่ได้ไม่เกิน 3 วัน แต่ถ้ามีความจำเป็นมากๆ ก็ไม่เกิน 5 วัน (อยู่ในช่วง 30 วันของป้ายแดง) ถ้าไม่ได้รับการอนุญาติ โทษปรับ สูงสุด 10,000 บาท

 

รถป้ายแดงควรทำประกันรถยนต์ชั้น 1

เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้น อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้เสมอ ยิ่งเป็นเมืองไทยด้วย ที่ผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถยนต์ สูงเป็นอันดับ 2 ของโลก ส่วนใหญ่เมื่อซื้อรถยนต์จะมีโปรโมชั่นเรื่องทำประกันชั้น 1 มาให้

 

ป้ายแดงปลอม

เป็นความผิดอาญา โทษปรับ 1,000 -10,000 บาท จำคุก ตั้งแต่ 6 เดือน ไปจนถึง 5 ปี ของแท้จะมีตัวนูน "ขส" ที่มุมขวาด้านล่าง และมีลายน้ำ รูปมาตุลีเพบุตร ขับรถเทียมม้า อยู่บนแผ่นป้ายทะเบียน ที่ถูกต้อง เครื่องหมายราชการ กรมการขนส่งทางบก

 

เราคงทราบกันไปแล้วว่า  รถป้ายแดงคืออะไร  และข้อความรู้ที่สำคัญ  กฎขอรถป้ายแดงสามารถปรับเปลี่ยนได้อยู่ตลอด ให้ศึกษาเรื่องกฎหมายดีๆ เพื่อจะได้ไม่ทำผิดกฎหมาย ไม่ทำผิดกฎจราจร เพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพ และทรัพย์สิน

 

 

ก่อนมีรถป้ายแดง ควรหัดขับรถให้เป็นเสียก่อน  ควรฝึกหัดขับกับครูผู้มีประสบการ เรียนขับรถที่ไอไดร์ฟรังสิต

 

เครดิต

https://www.easyinsure.co.th/news/?p=2899
https://www.autospinn.com/2019/12/red-plate-car-valid-drive-time-76309
https://www.sanook.com/auto/78884/

จอดรถตากแดดผลเสีย อย่างไร

จอดรถตากแดดผลเสีย อย่างไร  ถ้าจอดรถนานๆ อาจจะทำให้อะไหล่บางส่วนเกิดการเสื่อมสภาพ หรือเสียหาย สภาพอากาศบ้านเราร้อน และแดดแรงทุกฤดูแบบนี้ควรพยายามรักษาสภาพรถยนต์

จอดรถตากแดดผลเสีย

จอดรถตากแดดผลเสีย ต่อระบบส่วนไหนของรถยนต์

-แอร์รถยนต์

เมื่อจอดรถนานๆ เกิดอุณหภูมิสูงขึ้นในรถยนต์ เหมือนเป็นเตาอบดีๆ เมื่อคนขึ้นรถย่อมร้อนสิ่งแรกที่หลังจากสตาร์ทรถยนต์คือ เปิดแอร์ ซึ่งเมื่อเปิดแอร์จะทำการ เพิ่มความเย็น ซึ่งอาจจะทำงานหนักจนเกิดการเสื่อมสภาพหรือเสียหายได้

 

-เครื่องยนต์ แบตเตอรี่ ระบบไฟฟ้ารถยนต์

เมื่อร้อนมากๆอาจจะก่อให้เกิดเสียหายได้เร็วขึ้น อาจจะส่งผลกระทบให้สตาร์ทติดยากขึ้น

 

-ขอบกระจก และยางปัดน้ำฝน

จะแข็ง และกรอบ แห้ง อาจจะเสื่อมสภาพเร็ว ยางปัดน้ำฝนอาจจะปัดฝนได้ไม่ดีนัก อาจจะต้องเปลี่ยนเร็วกว่าปกติ

 

-สีรถยนต์ซีด

แดดจะเลียสีของรถคุณจนทำให้สีของรถคุณดูซีด และดรอปลง ถ้ารถสีขาว จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอ่อนๆ ไม่เงางาม ไม่สวยเหมือนเก่า ถ้าจอดรถยนต์กลางแดดนานๆ แนะนำให้เอาผ้าคลุมรถ มาคลุมจะช่วยได้

 

-ฟิล์มกรองแสง

เนื่องจากฟิล์มกรองแสง ไม่ได้ถูกออกแบบให้ทนแสงแดดนานๆมากนัก การถูกแสงแดดนานๆอาจจะเสื่อมสภาพเร็ว สังเกตุได้จากจะเปลี่ยนไปสีม่วงๆ

 

-น้ำมันเครื่องยนต์ น้ำมันเบรค น้ำมันหล่อเย็นระเหย

เมื่อระเหย ส่งผลให้เป็นอันตรายต่อการสูดดม ระบบทางเดินหายใจของผู้ใช้งาน

 

-เบาะหนัง เบาะผ้า ที่หุ้มพวงมาลัย

เสื่อมสภาพเร็ว อาจจะแตกลาย หรือสีซีด

 

-แผงคอลโซลตางๆ

ได้รับความร้อนอาจจะเสียหาย ทำงานผิดปกติได้

 

-น้ำหอมปรับอากาศ

เมื่อได้รับความร้อน จะมีกลิ่นแปลกๆ บางทีก็เหมือนกลิ่นพลาสติก อาจจะเป็นการก่อสร้างสารมะเร็ง

 

วิธีแก้ไขดูแลรักษาและ ระบายความร้อน

ทางที่ดีไม่ควรจอดรถตากแดดนานๆ แต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้
-ใช้ม่านบังแดด ติดกระจกรถภายใน จะช่วยลดอุณหภูมิ ภายในรถได้
-เมื่อจะต้อง จอดรถตากแดดนานๆ ถ้าสำหรับรถที่มีการติดกันสาดแล้ว ให้ลดกระจกรถยนต์หน้าต่างลงเล็กน้อย เพื่อระบายความร้อน (แต่ต้องมั่นใจว่าจอดรถตรงนี้มีระบบความรักษาความปลอดภัย)
-เปิดประตู ทั้งสองข้างรถยนต์เพื่อระบายอากาศภายในรถยนต์ ซักระยะนึง
-เมื่อจอดตากแดด ขึ้นรถให้เปิดหน้าต่างกระจกรถลง เพื่อไล่อากาศร้อน คลายความร้อน ก่อนระยะนึง แล้วค่อยเปิดแอร์
-ใช้ผ้าคลุมรถยนต์ ลดอุณหภูมิ และ ลดการซีดจางสีรถยนต์
-ผ้าห่มคลุมที่นั่ง ผ้าขนหนูคลุมพวงมาลัย จะช่วยลดความร้อน และปิดบังทรัพย์สินภายในรถยนต์ของคุณ ไม่ให้ล่อตาโจรได้
-ไม่เก็บสิ่งของ วัตถุไวไฟ ไว้ในรถยนต์ รวมถึงขวดน้ำไม่ควรโดนแดด
เช่นน้ำมันเชื้อเพลิง ,ไฟแช็ค ,สเปรย์กระป๋อง ,พาวเวอร์แบงค์ ,มือถือ รวมไปถึงขวดน้ำ ที่เมื่อโดนแดดอาจจะส่งผลกระทบให้เป็นจุดรวมแสง เผาไหม้ภายในรถยนต์ได้
-ล้างทำความสะอาดรถยนต์ และเคลือบสี ลงแว๊กซ์ จะช่วยปกป้องสีรถได้

 

หลักสูตร เรียนขับรถ เป็นไปตามมาตรฐานสากล ของกรมขนส่งทางบก  เชื่อถือได้ มั่นใจแน่นอน

 

เครดิต
https://www.viriyah.co.th/th/content/article.php?page=290
http://carvariety.com/the-danger-and-disadvantage-of-parking-a-car-for-long-periods-of-time/
moneyguru.co.th

ยางควรเปลี่ยนตอนไหน

ยางควรเปลี่ยนตอนไหน   ยางรถยนต์ คือชิ้นส่วนของล้อรถ มีลักษณะกลม สีดำ มีรูตรงกลาง ภายในยางบรรจุลมอากาศเข้าไป มีแรงดัน ยางมีหน้าที่ต้องรับน้ำหนักรถทั้งคัน มีความสำคัญ ในการแล่นรถไปในที่ต่างๆ ต้องใช้ล้อรถ ต้องใช้ยาง เปรียบเสมือนขารถยนต์ ที่เราต้องดูแล ไม่เช่นนั้นอาจจะเกิดปัญหาตามมาเช่นเบรคแล้วลื่น เบรคไม่อยู่ อาจจะเกิดอุบัติเหตุได้

 

ประวัติยางรถยนต์

ชาลส์ กู๊ดเยียร์ ชาวอเมริกัน เป็นผู้ค้นพบ เขาได้ประดิษโดยนำเอา ยางดิบธรรมชาติ ผสมกํามะถัน กับตะกั่ว แล้วลนด้วยไฟให้ทั่ว จนได้ยางที่มีความยืดหยุ่น ทนต่อความร้อน ทนต่อแรงเสียดสีบนพื้นถนนต่างๆ แข็งแรง โดยในปัจจุบัน มีการปรับเปลี่ยน เพื่อเสริมความแข็งแรง ด้วยยางสังเคราะห์ คาร์บอน สารเคมี น้ำมันและอื่นๆ มีหลายยี่ห้อในการผลิตยางรถ

 

โครงสร้างยาง ประกอบด้วย

หน้ายาง ,ไหล่ยาง ,แก้มยาง ,โครงยาง ,ผ้าใบหน้ายาง ,ขอบยาง

 

ยางควรเปลี่ยนตอนไหน เมื่อไหร่

 

 

-อายุยาง กับการใช้งานนานเกินไป

ถ้าตามคำแนะนำปกติแล้ว จะไม่ควรเกิน 3 ปีจากวันที่ขับขี่ครั้งแรก หรือไม่ควรเกิน 5 ปีจากวันที่ผลิตยาง แต่ถ้าใช้รถยนต์บ่อย ให้ดูเลขไมล์ ก็ไม่ควรเกิน 50,000 กม. ถ้ามากกว่านี้ก็เปลี่ยนยางจะดีกว่า ยางทุกเส้นมีบอกปีที่ผลิต สามารถดูได้ที่ตัวยาง

 

-มีการสึกหรอของยาง หรือยางบวมขึ้นมา

เมื่อขับไปนานๆ ย่อมสึกหรอ วิธีสังเกตุ ให้สังเกตุจากสามเหลี่ยม ที่แก้มยาง ถ้าดอกยางสึกเรียบไปกับสะพานยาง ก็ควรจะเปลี่ยนยาง การสึกหรอเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ไม่ว่าคุณจะขับดีเก่งแค่ไหน

 

-ความลึกของดอกยาง

ดอกยาง ใหม่จะมีความลึก ประมาณ 9/32 ถึง 11/32 นิ้ว ถ้าความลึกดอกยางต่ำกว่า 4/32 นิ้ว ก็ควรพิจารนาการเปลี่ยนใหม่

 

-มีการสั่นสะเทือนของพวงมาลัยเวลาขับรถ

อันนี้เป็นสัญญาณที่บอกว่า ดอกยางคุณอาจจะไม่สม่ำเสมอกัน เวลาเข้าโค้งหรือเบรค มีเสียงยางผิดปกติ เป็นไปได้ว่ายางอาจจะเสื่อมสภาพ

 

-ยางมีรอยตัดหรือรอยแตก ที่ด้านข้างของดอกยาง

อันนี้ก็อันตราย อาจจะเกิดการแตก และเกิดการระเบิดออกได้

 

-มีตะปูหรือ หินฝังอยู่ในดอกยาง

ต้องแก้ไขโดยทันที ถึงแม้ว่าสิ่งที่ฝังไม่ได้รั่วไหล แต่เป็นอันตรายในภายหลังได้เมื่อขับต่อไปอีก

 

-ฝาวาล์ว มีความชำรุด หรือเสียหาย

อันนี้ก็เป็นอันตรายส่งผลต่อยางได้ ถ้าขันฝาวาล์วได้ไม่พอเหมาะ จะถูกคลายออก ต้องขันให้พอเหมาะ

 

-ลมยางอ่อนผิดปกติบ่อย

ต้องเติมลมยางบ่อยกว่าปกติ เป็นไปได้อาจจะมีเศษหิน หรืออะไรทิ่มลมยางทำให้ลมยางอ่อนบ่อย ถ้าสังเกตุด้วยตามองไม่เห็นควรเข้าอู่ หรือศูนย์บริการให้ช่างช่วยตรวจสอบ
สรุปคือ  ยางรถยนต์ควรเปลี่ยนเมื่อไหร่  เปลี่ยนตอนเมื่อเข้าเงื่อนไขตามด้านบน ลองไปไล่อ่านดูว่ายางของเราตรงข้อไหน ก็ควรเปลี่ยน

 

เรียนขับรถ ทั้งรถจักรยานยนต์ รถเก๋ง รถบรรทุก สามารถมาเรียนได้ที่ไอไดร์ฟรังสิต

 

เครดิต
https://www.tires-easy.com/blog/tire-replacement/
https://bkklovehoro.com/ยางรถยนต์-ควรเปลี่ยนตอนไหน/how-to/#เปลี่ยนยางรถยนต์_ควรเปลี่ยนเมื่อไหร่

 

วิธีล้างรถยนต์ที่ถูกต้อง

วิธีล้างรถยนต์ที่ถูกต้อง รถคันโปรดของคุณเมื่อขับไปนานๆ ฝุ่นต่างๆ และสิ่งสกปรกจะเริ่มเกาะ หรือมีโคลนติดรถ ติดล้อมา ทำให้รถของคุณดูไม่สวย ไม่เงา เหมือนเดิม และยังดูเก่า อีก บางทีเด็กอาจจะใช้นิ้วไปเขียน หลังรถเล่นเกิดข้อความต่างๆนาๆอีก ล้างรถบ่อยแค่ไหน การล้างรถควรทำประมาณ 1-2 สัปดาห์ครั้งเพื่อให้รถของคุณดูสะอาด แต่ทั้งนี้ขึ้นกับการใช้งานด้วย ส่วนทำความสะอาดภายในความทำสัปดาห์ละครั้ง หรือทำเมื่อรู้สึกว่ารก หรือสกปรก การล้างรถด้วยตนเองเป็นกิจกรรมอย่างนึง และยังช่วยให้ประหยัดเงินค่าล้างรถไปได้เป็นอย่างดี ถ้าไปล้างตาม คาร์แคร์ ก็จะตกประมาณ 100-200 บาท ซึ่งถ้าล้างเองก็ใช้เวลาไม่นานนัก แถมเซฟเงินตรงนี้ไว้ได้อีก ทางเราสอนวิธีล้างรถ ให้สะอาด ไม่ให้เป็นคราบไปดูได้เลยวิธีล้างรถยนต์ที่ถูกต้อง

 

ใช้น้ำยาอะไรล้างรถ

- ใช้ผลิตภัณฑ์น้ำยาล้างรถยนต์โดยเฉพาะ แต่ถ้าไม่มีใช้น้ำยาสระผมแทนได้แต่ไม่ควรใช้บ่อยไม่ดีนัก

เตรียมอุปกรณ์ล้างรถ

-ถังแรกสำหรับใส่น้ำยาล้างรถยนต์
-ถังสองสำหรับล้างฟองน้ำ หรือซักผ้าเช็ดรถ
-ถังสามใช้สำหรับใส่น้ำเปล่า
-ฟองน้ำ หรือผ้าล้างรถ อันแรกสำหรับล้างผิวรถ อันสองสำหรับใช้ล้างล้อรถ
-แปรงพลาสติก ใช้สำหรับขัดล้อรถ (ในกรณีที่สกปรกมาก)
-ผ้าไมโครไฟเบอร์ แยกส่วนกันใช้ เพราะถ้าเอาผ้าไมโครไฟเบอร์เช็ดล้อรถ และมาเช็ด ที่กระโปรงรถ อาจจะเกิดรอยได้
-เครื่องฉีดล้างรถยนต์ เพื่อความสะอาดและง่าย (หรืออาจจะใช้สายยาง ได้เช่นกัน)
-น้ำยาล้างรถ

 

 

มาดูขั้นตอน วิธีล้างรถยนต์ที่ถูกต้อง

- จอดรถในที่ร่ม ที่มีพื้นที่ ไม่แคบมากนัก (ที่ไม่ควรล้างกลางแจ้งเพราะ น้ำจะถูกแสงแดดทำให้แห้งเร็วระหว่างล้างทำให้อาจจะเกิดคราบน้ำได้)

- ฉีดน้ำเปล่าเพื่อ ขจัดคราบสกปรก โดยฉีดน้ำไล่จากหลังคารถ ลงมาข้างรถ ควรใช้เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง สามารถซื้อได้ตามห้าง หรือ shopping online ทั่วไป

-นำเอา น้ำยาล้างรถผสมกับน้ำเปล่า และใช้ฟองน้ำ จุ่ม และทำความสะอาด ล้อรถก่อน ทั้ง 4 ล้อ เนื่องจาก เป็นส่วนที่สกปรกที่สุด และ เพื่อป้องกันการกระเด็นไปส่วนอื่นของรถ จึงต้องทำความสะอาดเป็นอันดับแรก

-ใช้ฟองน้ำหรือผ้า จุ่มถังน้ำยาล้างรถที่ผสมน้ำไว้แล้ว และทำความสะอาดไล่ตั้งแต่ด้านบนหลังคารถยนต์ และไล่ลงมาด้านข้างรถ ทำด้วยความเบาๆ ไม่ควรออกแรงขัดมาก เพราะรถยนต์เกิดรอยขีดข่วน ได้

tip:ล้าง ฟองน้ำบ่อยๆ เพราะจะทำให้สิ่งสกปรกตอนทำความสะอาดหลุดออกมา ถ้าไม่ได้ล้างฟองน้ำบ่อย อาจจะเกิดฝุ่น หรือ ทรายเล็กไปไปถูกรถของคุณเกิดรอยขนแมวบนรถได้

-หลังจากที่ใช้ฟองน้ำหรือผ้า ที่มีนํ้ายาล้างรถถูบนรถ ในแต่ละส่วน แล้วให้ฉีดน้ำยาออก ทันทีเพื่อป้องกันน้ำยารถแห้งแล้วเกิดรอยบนรถ

 

-และเมื่อทำครบทุกส่วนแล้ว แล้วใช้ที่ฉีดๆที่รถ ทุกส่วนอีกทีนึง

-ส่วนช่วงล่าง ให้ล้างเป็นขั้นตอนสุดท้าย

สอน ล้าง รถยนต์

 

-เมื่อล้างเสร็จแล้ว วิธีเช็ดรถ ให้ใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์เช็ดรถเป็นส่วนๆไป โดยแยก ผ้าไมโครไฟเบอร์แยกส่วน เพื่อเช็ดทีละส่วน (ที่ต้องแยกเพราะป้องกันรอยขนแมว รอยขีดข่วน) และควรเช็ดให้แห้งสนิท เพราะป้องกันคราบน้ำและสนิมเกาะ ขั้นตอนการเช็ดให้ไล่จากหลังคารถ มาด้านข้างรถยนต์ ส่วนล้อให้เช็ดลำดับท้ายสุด

-เช็คเพื่อความเรียบร้อยอีกทีว่ามีส่วนไหน ที่ยังดูสกปรก ที่ต้องเช็ดไหม

เมื่อทำขั้นตอนการล้างรถยนต์ คุณจะได้รถยนต์ที่เหมือนใหม่ สวยงาม น่าใช้

 

ขับรถไม่คล่อง ไม่มีคนสอน  มา  เรียนขับรถ ได้ที่ไอไดร์ฟรังสิต มีสนามให้ฝึกซ้อม

 

เครดิต

https://smartcost.co.th/news/wash-your-car.html

https://auto.mthai.com/news/tips/12760.html

 

ซ่อมกระจกรถร้าวเป็นเส้น

ซ่อมกระจกรถร้าวเป็นเส้น ด้วยตัวเอง ทำได้ไหม มีกระจกร้าวบางประเภทเท่านั้นที่สามารถซ่อมด้วยมือตัวเองได้ แต่บางประเภทก็หนักหนาสาหัสเกินเยียวยาควรพึ่งช่างซ่อมจะดีกว่า กระจกรถร้าวเป็นปัญหาที่สามารถเกิดได้ทั่วๆไป เกิดได้หลายกรณีเช่น เมื่อขับอยู่ดีๆ ก้อนหินกระเด็นใส่กระจกรถ หรืออาจจะมีวัสถุ อะไรบางอย่างกระเด็นโดนกระจก ไม่ว่าแตกเล็กหรือใหญ่ควรจะซ่อม เพราะไม่งั้นจะเกิดปัญหาตามมาได้ แตกเล็กๆ อนาคตอาจจะถูกขยายเป็นวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ และอาจจะถึงขั้นเปลี่ยนกระจกทั้งบานได้ เสียค่าซ่อมที่มากขึ้นไปอีก

ซ่อม กระจก รถ ร้าว เป็น เส้น

 

เมื่อกระจกร้าว ให้สำรวจว่าเป็นกระจกรถร้าวในลักษณะไหน ถ้าเป็นกระจกร้าวตามลักษณะข้างล่างนี้สามารถซ่อมด้วยตัวเองได้
-รูปดาว
-แนวยาวขนาดไม่เกิน 3 นิ้ว
-ลักษณะวงกลมซ้อนๆกัน
-ลักษณะครึ่งวงกลมซ้อนกัน
-สามารถรวม ลักษณะกันได้

ลักษณะข้างบน เป็นลักษณะที่สามารถซ่อมเองได้ โดยรอยที่ร้าวจะต้องไม่อยู่ขอบกระจกรถ หรือมุม โดยการซื้อชุดน้ำยาซ่อมกระจกรถยนต์มาใช้งาน ซึ่งราคา มีตั้งแต่ 55 บาท ไปจนถึง หลักร้อยบาท แล้วแต่ยี่ห้อและคุณภาพ  แต่ถ้าทำเองไม่เป็น ก็มีช่างที่รับซ่อมนอกสถานที่อยุ่  ลองค้นใน Google ดูเอาครับ แต่อาจจะเสียค่าเดินทางให้ช่างครับ ราคาค่าซ่อมอยู่ที่ราวๆ 500-1,000 บาท

กระจกถ้าร้าวน้อยๆ ยิ่งใช้น้ำยาได้ผลดี น้ำยาจะซึมและผสานกระจกเข้าด้วยกันจนไม่เห็นรอยได้โดยง่าย

ซ่อมกระจกรถร้าวเป็นเส้น ซ่อมเองได้ไหม ซ่อมเองได้ถ้าความยาวไม่เกิน 3 นิ้ว

 

กระจกร้าวควรรีบซ่อมแซมเพราะ เมื่อร้าวเล็กๆแล้ว ถ้าเกิดขับๆไป แรงลมตีเล็ดลอดเข้ามา อาจจะทำให้ร้าวมากขึ้นยิ่งกว่าเดิม หรือไม่ก็ไปถูกหินซ้ำเข้า ทำให้ร้าวยิ่งขึ้น หรือ อาจจะทะลุ แตกได้ ดีไม่ดีอาจจะเกิดอันตรายต่อสุขภาพได้ อาจจะไปถูกกระจกบาดเข้า

ถ้ากระจกรถร้าว นอกเหนือจากลักษณะข้างต้น ดูท่าจะซ่อมแซมยากเอาการ การเปลี่ยนกระจกทั้งบานดูท่าจะได้ผลที่ดี และปลอดภัยมากกว่า ควรปรึกษาช่าง เพื่อดูว่าเปลี่ยนกระจกดีไหม ค่าเปลี่ยนกระจกต่อบานราคาประมาณ 2,000-5,000 บาท

หลายคนบอกอยู่เหมือนกันว่า บางทีอู่อาจจะติดกระจกไม่ดี เท่ากระจกโรงงานรถก็ได้ ซึ่งก็ต้องหาข้อมูลก่อนติดตั้ง ปรึกษาช่างที่อู่ หรือศูนย์บริการ ที่ได้รับมาตรฐาน และมีผู้ใช้บริการ

ประกันชั้น 1 คุ้มครองในส่วนของกระจกแตก ถ้าคุณมีประกันชั้น 1 ไม่ต้องกังวล เข้าอู่หรือศูนย์บริการได้เลย (แล้วแต่เงื่อนไขของประกัน อ่านกรมธรรม์ให้ดีๆ)

หากคุณต้องการประกันรถยนต์ที่ได้ คุ้มครองเรื่องกระจกรถ แนะนำ ประกันรถยนต์ชั้น 1 รู้ใจ สามารถซ่อมหรือเปลี่ยนกระจกรถ ให้คุณได้ ไม่ว่ากระจกจะแตกมามากน้อยขนาดไหน ผ่อน 0% 10 เดือน เรียกรู้ใจ ถึงที่เกิดเหตุ ในเวลา 30 นาทีเร็วมากๆ และช่วยเหลือรถเสีย หรือฉุกเฉิน ใน 1 ปีฟรี

 

ซ่อม กระจก รถยนต์ ร้าว ซ่อม กระจก แตกร้าว

 

เรียนขับรถ โรงเรียนสอนขับรถ กับเรา  ได้ใบขับขี่รับประกัน

 

เครดิต
https://www.roojai.com/article/car-parts-and-car-accessories/repair-or-change-broken-car-mirror/
https://www.9autocare.com/cracked-glass/#krack_raw_baeb_hin_sxm_xeng_di

แอร์รถยนต์เดี๋ยวเย็นเดี๋ยวไม่เย็น

แอร์รถยนต์เดี๋ยวเย็นเดี๋ยวไม่เย็น สร้างความหงุดหงิดให้เจ้าของที่ใช้รถยนต์ได้ไม่น้อย ซึ่งแอร์เป็นอุปกรณ์สำคัญอีกตัวนึง ที่ช่วยระบายความร้อนในรถยนต์และ ช่วยปรับอุณหภูมิร่างกายเราให้เย็นสบาย ไม่ร้อนถึงแม้ภายนอกจะแดดแรงมาก แต่ภายในเย็น ถ้าแอร์ในรถเสีย หรือติดๆดับๆเดี่ยวเย็น เดี่ยวไม่เย็น คุณคงจะหัวเสียอยู่ไม่น้อย

แอร์รถยนต์เดี๋ยวเย็นเดี๋ยวไม่เย็น

 

สาเหตุจาก แอร์รถยนต์เดี๋ยวเย็นเดี๋ยวไม่เย็น คือ

1.น้ำยาแอร์หมด

ข้อนี้เกิดขึ้นได้ง่าย ถ้าใช้เป็นระยะเวลานาน น้ำยาแอร์ย่อมหมดได้ ให้เช็คว่าถ้าช่องแอร์มีลม เพียงแต่มันไม่เย็น ก็ให้ตั้งข้อสังเกิดว่าน้ำยากแอร์หมด

 

2.ระบบภายในอาจจะมีการรั่วซึม

สามารถเช็คโดยการใช้ สบู่ผสมน้ำ หรือแชมพูผสมน้ำ ทาไปตรงท่อแอร์ แล้วสังเกตุว่ามีฟองออกมาหรือไม่ ถ้าออกมาแสดงว่ารั่ว

 

3.ใช้น้ำยาแอร์ที่ผิดประเภท

ส่งผลต่อระบบแอร์ในรถยนต์ทำงานขัดข้อง แอร์ทำงานอาจจะลดลงได้ จนมากสุดเกิดการเสียหาย

ความดันในระบบแอร์ มีมากขึ้น ไม่สามารถทนแรงดันระบบที่วางไว้ได้ จึงทำให้เกิดความเสียหาย คลัตซ์คอมเพรสเซอร์ ผิดปกติได้ และคอยล์เย็น ทำงานผิดปกติ ทำให้แอร์ไม่เย็น

 

4.ระบบระบายความร้อนบนแผงคอยล์มีปัญหา

แผงคอยล์อาจจะร้อนเกินไป พัดลมระบายความร้อนอาจจะมีปัญหา หรือสกปรกได้ ทำให้ระบายความร้อนได้ไม่ดี ส่งผลให้แอร์ไม่เย็น ให้เปิดฝากระโปรงรถ ติดเครื่อง และเปิดแอร์ดูว่า พัดลมทำงานปกติหรือไม่ มีสิ่งสกปรกอุดตันไหม ถ้ามีปัญหาให้ทำความสะอาด หรือเปลี่ยนพัดลมใหม่

 

5.ลูกสูบ ภายในคอมเพรสเซอร์เกิดหลวม

ถ้าเกิดหลวมจะทำให้แรงดันของน้ำยาแอร์ ที่ออกมาจากคอมเพรซเซอร์ มีจำนวนน้อย ส่งผลให้แรงน้ำยาแอร์ฉีดเข้าคอยล์ มีจำนวนน้อย และเกิดแอร์ไม่เย็น ได้ วิธีสังเกิดคือพอติดเครื่องยนต์ แอร์เย็น ไม่เย็นบ้าง แต่พอเร่งเครื่องแล้วแอร์เย็นขึ้น เป็นตัวบ่งบอกว่า ลูกสูบคอมเพรสเซอร์เกิดหลวม วิธีแก้คือเปลี่ยนลูกสูบใหม่ ไม่แนะนำให้ซ่อม เพราะค่าซ่อมพอๆกับซื้อใหม่ ถ้าซ่อมไม่ดีอาจจะมีปัญหาตามมาอีกได้

6.คลัตช์คอมเพรสเซอร์เกิดอาการลื่น

ลองดูจากสายไฟที่ต่อส่งมายังคลัตช์คอมเพรสเซอร์ชำรุด หรือขาด หรือสวิตซ์ เซ็นเซอร์ควบคุมความเย็นมีปัญหา หรือชุดสวิตซ์ ของเซ็นเซอร์ควบคุมระบบความเย็นเสื่อม วิธีแก้คือ ต้องปรับแต่ง หน้าคลัซ์ใหม่ให้เรียบร้อย

 

7.วาล์ว และดรายเออร์ มีปัญหาอุดตัน หรือเสีย

วาล์ว และดรายเออร์อุดตัน ส่งผลให้น้ำยาแอร์ที่มาจาก คอมเพรซเซอร์ไหลเข้าคอยล์เย็น ได้ไม่ดี น้ำยาแอร์มีปริมาณไม่เพียงพอ แอร์เลยเดี่ยวเย็น เดี่ยวไม่เย็น เช็คได้จาก ลองสตาร์ทเครื่องยนต์แล้วเปิดแอร์ดู สังเกตุว่าแอร์จะเย็นไม่มากนัก และถ้าหูอยู่ใกล้แอร์จะ มีเสียงที่ดัง ถ้าเร่งเครื่องแอร์จะมีความเย็นปกติ บ่งบอกว่า ชุดวาล์วและดรายเออร์อุดตัน วิธีแก้คือ เปลี่ยนชุดวาล์วและดรายเออร์ใหม่

 

8.สายพานคอมเพรสเซอร์หย่อน ไม่อยู่ระดับที่เหมาะสม หรือสายชำรุดฉีกขาด

สายหย่อนทำให้ คอมเพรสเซอร์ทำงานได้ไม่เต็มที่ เกิดการฟรี หมุนได้ไม่สะดวก มีเสียงดัง แอร์ทำงานไม่ค่อยเย็น วิธีแก้ดึงสายพานให้ตึง ถ้าชำรุดฉีกขาดให้เปลี่ยนสายใหม่

 

เรียนขับรถ พร้อมสนามหัดขับ  เรียนจบ สอบใบขับขี่ ได้รับหนังสือรับรองเพื่อออกใบขับขี่

 

เครดิต
https://auto.mthai.com/news/tips/33628.html
https://รักษ์รถ.com/แอร์รถไม่เย็น/

วิธีเอารถขึ้นจากหล่ม

วิธีเอารถขึ้นจากหล่ม  เมื่อขับรถเจอทางยาก ขรุขระลำบากแล้วรถเจ้ากรรมดันเกิดปัญหาล้อติดหล่ม ล่องหลุมซะงั้นจะทำอย่างไร สร้างความหงุดหงิดให้เจ้าของรถได้ไม่น้อย ขับแล้วดันไม่ไปซะงั้น และเมื่อทำไรไม่ถูกยิ่งเร่งเครื่อง รถยิ่งจมลงไปอีก ปัญหายิ่งมากขึ้นไปอีก สิ่งแรกที่ต้องทำคือตั้งสติ เร่งเครื่องไม่ช่วยแก้ปัญหา ยิ่งสร้างหลุมให้ลึกขึ้นไปอีก

วิธีแก้รถติดหล่ม

 

บางคนคิดไปว่า ต้องไล่คนบนรถลงแล้วลองขยับรถดูว่ารถขึ้นได้ไหม จริงๆตามหลักฟิสิกส์ เรื่องนี้ไม่ค่อยได้ช่วยอะไรมากนัก รถเบา ลงก็จริง แต่ก็ยังผ่านหล่มไม่ได้ แต่จะลองดูเผื่อฟลุ๊กก็ไม่มีปัญหา หรือแม้แต่บางคนคิดไปว่าต้องถ่วงน้ำหนักเพิ่ม สิ่งนี้เพิ่มน้ำหนักแนวดิ่ง แต่เรื่องนี้ยังผ่านไม่ได้อยู่ดี

บางคน ให้เพื่อนขย่มรถที่ด้านหลังรถกะบะ เพื่อสร้างแรงกระเพื่อม สิ่งนี้ก็ไม่ได้ช่วยอะไร อาจจะติดหล่มลึกขึ้นกว่าเดิมไปอีก

เมื่อเกิดปัญหาแบบนี้ให้ลงจากรถยนต์ไปดูว่า ปัญหาเกิดจากที่ล้อข้างไหน 

 

 

วิธีแก้รถติดหล่ม

  • ถ้าไม่ใช่ล้อที่ขับเคลื่อนให้ลองใช้วิธีขยับเดินหน้า -ถอยหลัง สลับๆกัน ย้ำๆ หลายๆรอบ เพื่อเกิดแรงเหวี่ยง เมื่อใกล้พ้นจากหล่มให้เร่งเครื่องรถจะสามารถออกจากหล่มได้
  • ถ้าเป็นล้อที่ขับเคลื่อนติดหล่ม ให้ลองเอา ก้อนหิน หรือ กิ่งไม้ ขนาดที่เหมาะสม มาหนุนล้อไว้ วางขวางเมื่อลองเร่งเครื่อง ล้อจะถูกไต่ขึ้นไป และขยับออกจากหล่มได้
  • แผ่นไม้แข็งแรงขนาดใกล้เคียงกับพื้นล้อ กับเชือกที่แข็งแรง ผูกติดกับล้อรถ ที่ติดหล่มแนวนอน แล้ว ค่อยๆขยับเร่งเครื่อง รถจะสามารถออกจากหล่มได้
  • ปลดเกียร์ว่าง หรือตัว N แล้วใช้คนบนรถช่วยเข็น หรือชาวบ้านแถวนั้นช่วยเข็น ช่วยให้ออกจากหล่มได้
  • ใช้อุปกรณ์ช่วยรถติดหล่ม ติดโคลน ติดทราย ติดหิมะ ดูมีวางขายที่ shopee lazada ทั่วไป ราคาหลักร้อยบาท ติดกับล้มรถ ช่วยในการตะกุย ให้ออกจากหล่มได้ หรืออาจจะใช้โซ่มาผูกกับล้อ
  • เบื้องต้นยังขึ้นไม่ได้ ให้ใช้รอก ผูกกับหน้ารถ และ ยึดติดกับเสา หรือต้นไม้ และให้รอกดึงรถออกจากหล่ม หรือใช้ รถอีกคันช่วยลากขึ้นมาจะง่ายขึ้น
  • ถ้าไม่ได้จริงๆ ก็โทรเรียก ประกัน รถยนต์  ,  จส.100  ,ตำรวจ  ประสานงาน  ให้ช่วยเหลือ 

 

 

 

ทางที่ดีควรศึกษาเส้นทางดีๆว่ามี ทางดีหรือไม่ เป็นโคลน หลุมบ่อไหม แต่เรื่องพวกนี้ มักมาจากเหตุที่ไม่คาดคิดไว้ก่อน เมื่อเกิดปัญหาก็ต้องหาทางแก้กันไป

เรียนขับรถ โรงเรียนเรา จะแนะนำ เรื่องการขับรถทุกขั้นตอนได้เป็นอย่างดี คุณจะสามารถแก้ปัญหาเบื้องต้นได้

 

คลิปไวรัล รถฟอจูนเนอร์ จะจมทะเล ตกหล่ม ทรายทะเล

https://fb.watch/5jfgHtrhtW/

 

เครดิต
www.tqm.co.th/blog/4%20วิธีพิชิตรถติดหล่ม/
https://auto.mthai.com/news/tips/34664.html
https://www.thairath.co.th/news/auto/tips/2064588

รถยนต์จอดนานสตาร์ทไม่ติด

รถยนต์จอดนานสตาร์ทไม่ติด

รถยนต์จอดนานสตาร์ทไม่ติด กรณีเกิดขึ้นได้บ่อยๆ  ยิ่งยุคนี้ที่มีโควิด 19 คนต้องทำงานในบ้าน ไม่ค่อยได้ไปไหน บางคนอาจจะปล่อยรถทิ้งไว้ 1 เดือน 2 ปี 3 ปี หรือมากกว่านี้  การปล่อยรถทิ้งไว้นานๆ ไม่ได้สตาร์ทนานๆ อาจจะเกิดผลเสียตามมา ไม่ว่าจะเป็นสตาร์ทไม่ติด ยางแบน แอร์เบา ฯลฯ เป็นไปได้หมด เราต้องดูแลรักษาก่อนที่จะเกิดปัญหาเกิดขึ้น เพราะไม่งั้นย่อมเสียทั้งเงินซ่อม และเสียเวลาซ่อม

 

รถยนต์จอดนานสตาร์ทไม่ติด

 

การที่สตาร์ทไม่ติดเพราะจอดรถไว้นาน มีวิธีแก้ไขดังนี้

-เช็คตำแหน่งเกียร์ อาจจะจอดทิ้งไว้นาน จนลืมวิธีขับเข้าเกียร์ ทำให้สตาร์ทไม่ติด จุดง่ายๆที่หลายคนพลาดเพราะ ไม่ได้ขับนาน ให้ลองเช็ค ว่า สตาร์ทรถ เข้าเกียร์ P หรือเกียร์ N เท่านั้น ถ้าเข้าเกียร์ถูกแล้วให้ เช็คขั้นตอนต่อไปเช็คที่เสียงสตาร์ท

1.มีเสียงสตาร์ท เครื่องหมุนช้า

ให้ลองดูไฟหน้ารถ และหน้าปัด ไฟติดหรือไม่ ถ้าสมมุติไฟติด ไฟติดแล้วสว่างปกติดีไหม ถ้าไฟผิดปกติ เป็นไปได้ที่แบตเตอรี่มีปัญหา เพราะ สตาร์ทครั้งนึงต้องใช้กำลังไฟเยอะ ถ้าไฟดรอปลง ก็อาจจะเป็นปัญหาที่แบตเสื่อม
แก้ไข เปิดกระโปรงรถ แล้วดูว่าสายไฟต่างๆต่อครบหรือไม่ มีหลวมหรือหลุดไหม และขั้วแบตว่าแน่นดีไหม ถ้ามีหลุด หรือหลวมไป อาจจะส่งไฟไม่ครบ ให้ลอง ใช้ประแจขันน็อตให้แน่นดู

 

2.สตาร์ทแล้วไฟหน้าปัดติด แล้วก็วูบดับ เป็นแบบนี้หลายครั้ง

ปัญหานี้อาจจะเป็นปัญหาที่กำลังไฟในแบตไม่เพียงพอ ให้ต่อพ่วงแบตเตอรี่จากคันอื่น หรือ ใช้จั๊มสตาร์ทรถยนต์ เพาเวอร์แบงค์รถยนต์ แต่ถ้าวิธีแก้ถาวรคือต้องเปลี่ยนแบตใหม่

 

3.เปลี่ยนแบตเตอรี่แล้ว ไฟหน้าปัดติดแต่ยังวูบดับเหมือนเดิม

ดูไฟแบตเตอรี่ว่าติด หรือไม่ถ้าติดปกติ ไดชาร์ต อาจจะมีปัญหาตรงนี้ ต้องให้ช่างมาดู

 

4.ไม่มีเสียงสตาร์ท เครื่องหมุนเร็ว

กรณีนี้ ไม่ได้เป็นปัญหาที่แบต ถ้าเป็นปัญหาที่แบตเตอรี่จะมีเสียงสตาร์ท กรณีแบบข้อ 4 นี้ อาจจะเป็นปัญหาที่เครื่องยนต์ ให้เรียกช่างมาดู

 

5.สตาร์ทแล้วมีเสียงแชะๆ แต่เครื่องเงียบ

ให้ดูหน้าปัด ถ้าไฟติดดี แต่มีเสียงแชะๆ ปัญหาอาจจะเกิดจากมอเตอร์สตาร์ททำงานผิดปกติ แต่มอเตอร์รถกำลังไฟพอได้ หรือฟิวส์มอเตอร์สตาร์ทบกพร่อง เรื่องพวกนี้เรียกช่างอย่างเดียวครับ แก้เองไม่ได้

 

6.ไฟไม่ติด เครื่องเงียบ

ระบบไฟอาจจะเป็นปัญหา สายไฟอาจจะรั่วก็ได้ หรืออาจจะมีหนูกัดสายไฟ ลองเช็คดูเบื้องต้นว่าผิดปกติไหม จะได้คุยกับช่างได้ถูก ถ้าเช็คดูเบื้องต้นไม่มีผิดปกติ ให้เรียกช่างมาดู

 

รถยนต์จอดนานสตาร์ทไม่ติด ถ้าจะจอดรถทิ้งไว้นาน ควรจะถอดแบตเตอรี่ออกเนื่องจากรถยังเวลาจอดรถทิ้งไว้ยังดึงไฟจากแบตได้ตลอดเวลา ถ้ากรณีไม่ได้ถอดแบตควรสตาร์ททิ้งไว้ซัก 10 นาที สัปดาห์ละครั้ง

เครดิต
www.tqm.co.th/blog/รถจอดนานสตาร์ทไม่ติด/

 

หลักสูตรขับรถ เรียนขับรถ พร้อมใบขับขี่ เรียนตามหลักสูตร 15 ชั่วโมง

สินเชื่อธนชาตเล่มแลกเงิน

สินเชื่อธนชาตเล่มแลกเงิน Cash Your Book สำหรับผู้ที่เป็นเจ้าของรถยนต์ต้องการเงินสดเพื่อ ใช้ธุระส่วนตัว หรือ สำหรับหมุนเวียนในธุรกิจ วิธีการใช้เล่มของทะเบียนรถยนต์เพื่อเป็นหลักทรัพย์ในการประกัน โดยยังสามารถขับรถได้ตามปกติ ใช้รถได้ตามปกติ เพียงแต่ว่า ต้องผ่อนจ่ายทุกเดือนจนกว่าจะครบต้นครบดอก โดยลูกค้าสามารถจ่ายเพื่อปิดบัญชีก่อนที่จะถึงครบกำหนดได้ จะได้ไม่เสียค่าปรับ และค่างวดไม่คิดภาษีมูลค่าเพิ่มอีกด้วยดีต่อใจสุดๆ


นายธีรชาติ จิรจรัสพร ตำแหน่งผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ตลาดสินเชื่อรถยนต์ ได้กล่าวไว้ว่า ธนาคาร มีความเข้าใจลูกค้าว่าลูกค้าต้องการอะไร ทำอย่างไรให้ตอบโจทย์ลูกค้า ซึ่งทางธนาคารได้ออกผลิตภัณฑ์นี้ขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ เพื่อให้ลูกค้าได้เงินมาใช้จ่ายระยะสั้น และไม่ต้องเสียดอกระยะยาว ลูกค้าสามารถโปะ ปิดหนี้ได้โดยง่าย ได้ทุกเมื่อ

 

จุดเด่นของ สินเชื่อธนชาตเล่มแลกเงิน

- ได้วงเงินสูงสุดถึง 100% ของราคารถยนต์ที่ประเมินไว้
- สามารถขับรถต่อได้ ไม่ต้องโอนกรรมสิทธิ์ของรถยนต์ หรือไม่ต้องโอนเล่มทะเบียนรถยนต์  รถแลกเงินไม่โอนเล่ม  ดีมากๆ
- อัตราดอกเบี้ยถูก ลดต้นลดดอก ดีสุดๆ เริ่มต้น 12% ซึ่งมีอัตราต่ำกว่าดอกเบี้ยสินเชื่อของทั่วๆไป
- ผ่อนได้มากสุด 72 เดือน ผ่อนสบาย
- ถ้าสมมุติอยากจบเร็วๆสามารถผ่อนมากกว่าค่างวดปกติได้ โปะได้
- ค่างวด ไม่มีการเก็บภาษีเพิ่ม
- ถ้ามีเงินครบ สามารถปิดบัญชี ได้ตามที่เราสะดวก
- สามารถสมัครออนไลน์ได้โดยง่าย และติดตามสถานะทางออนไลน์ สะดวกสบายมาก
- ไม่ต้องใช้คนค้ำประกัน (ถ้ามีคุณสมบัติครบถ้วน)
- ทำสัญญาไม่มีค่าธรรมเนียม
- ผ่อนเพียง 59 บาทต่อวัน สำหรับวงเงินสินเชื่อ 1 แสนบาท 72 เดือน ดอกเบี้ยเพียง 3.18 % ต่อปีเท่านั้น
- ถ้ารถติดไฟแนนซ์ ก็สามารถนำเล่มทะเบียนมากู้ได้

 

ทำไมต้องธนชาติ

- ผ่อนทางธนาคาร ,ทางออนไลน์ ,ไปรษณีย์ ,เคาน์เตอร์เซอร์วิส ,เทสโก้โลตัสได้
-ธนชาติ มีสาขามากกว่า 500 สาขา บริการทั่วประเทศ กระจายทุกพื้นที่
-พนักงานมีความรู้อย่างดี คอยให้คำแนะนำซัพพอต
-ชาวพันทิป pantip แนะนำสิ่งนี้

 

เงื่อนไขคือ

- สำหรับบุคคลอายุ 20 ถึง 65 ปีเท่านั้น
- ปลอดภาระ ผ่อนจ่ายชำระค่ารถยนต์หมดแล้ว และเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์
- อายุของรถ ในวันที่เริ่มสัญญา จะต้องไม่เกิน 10 ปีเท่านั้น
- อายุของรถ ในวันสิ้นสัญญา จะต้องไม่เกิน 15 ปีเท่านั้น

- ยกเว้นรถยี่ห้อ TATA หรือ PROTRON ,Chevrolet และ รถตู้ ร.ย2 ไม่สามารถรับสินเชื่อได้

 

รถแลกเงินธนชาตอนุมัติแล้วกี่วันได้ เงิน
- ถ้าเอกสารครบก็ใช้เวลาเพียง 1-3 วันทำการเท่านั้น ไวมากๆ เพราะความที่เข้าใจความต้องการลูกค้า

 

สินเชื่อธนชาตเล่มแลกเงิน ตอบโจทย์คนเงินช็อต เงินหมด สุดๆ มีเงินดำเนินธุรกิจต่อได้ไม่สะดุด มีแค่เล่มทะเบียนก็ยื่นได้ ง่าย รับเงิน อนุมัติได้ไว เพื่อความคล่องตัวการใช้จ่ายของคุณ ได้เงินแถมยังรถยังขับได้เหมือนเดิม ใครจะไม่ชอบ  สนใจคลิกแบนเนอร์ได้ด้านล่างได้เลย

 

 

 

 

ขับรถยนต์ไม่เป็น ต้องการเรียนขับรถ ในราคาไม่แพง พร้อมได้รับใบขับขี่ ติดต่อได้ที่ไอไดร์ฟรังสิต

 

โปรแกรมเช็ค gps รถยนต์

โปรแกรมเช็ค gps รถยนต์ cartrack ช่วยในการจัดการรถที่ควบคุม และติดตามความเคลื่อนไหว เพื่อใช้วางแผนในการลดค่าใช้จ่ายด้านน้ำมัน และค่าดำเนินการต่างๆ เป็นไปตามมาตราฐานสากล ใช้งานหลากหลายประเทศ เป็นเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ชีวิตสำหรับ ควบคุมรถ ต่างๆ เหมาะสำหรับ รถขนส่งโดยสาร ,รถเครน ,รถเทรลเลอร์ ,รถบรรทุก ,รถแท็กซี่ ,รถเช่า ต่างๆ ในปัจจุบัน ใช้ได้ทุกอุตสาหกรรม ใช้ระบบ AI ในการวิเคราะห์ตรวจสอบ ให้คำแนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญ มีรับประกันทุกอายุการใช้งาน มีรายงานต่างๆเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการลดต้นทุน วางแผน จัดการดำเนินงาน เพื่อความปลอดภัยของยานพาหนะ และทรัพย์สินของคุณ ดูได้แบบเรียลไทม์ อัพเดตต่อเนื่อง เช็คความเร็วของยานพาหนะ ช่วยวางแผนการเดินรถยนต์ ลดค่าใช้จ่ายต่างๆ กรมการขนส่งทางบกรับรองมาตรฐาน สามารถตรวจสอบน้ำมันเชื้อเพลิงได้ที่จอมอนิเตอร์ได้โดยจ่าย เพื่อวางแผน แจ้งเตือน และเช็ค เป็นรีพอต ทุกอย่างสรุปให้อ่านได้ง่าย

โปรแกรมเช็ค gps รถยนต์

โปรแกรมเช็ค gps รถยนต์ คาร์แทรคสามารถใช้งานได้หลากหลาย

 

 

 

 

 

 

  • ทั้งเรื่องการติดตาม บอกพิกัด เพื่อเช็คพฤติกรรมควบคุมรถยนต์

 

 

 

 

 

 

  • ป้องกันการถูกขโมย สามารถติดตามผ่านระบบ จีพีเอส ได้

 

 

 

 

 

 

  • เมื่อเกิดอุบัติเหตุ จะเป็นระบบแจ้งเตือน

 

 

 

 

 

 

  • ควบคุมการใช้งานน้ำมันเชื้อเพลิง ให้อยู่ในจุดที่จำกัด พอเหมาะ ป้องกันการถูกโกงน้ำมัน

 

 

 

 

 

 

 

  • ป้องกันรถสูญหาย มี เจ้าหน้าที่ คอยดูแล ตลอด 24 ชม. ตลอด 7 วัน

 

 

 

 

 

 

 

  • มี ระบบลากจูงรถ และรถพยาบาล ฟรี เมือ่เกิดอุบัติเหตุ

 

 

 

 

 

 

 

  • การวางแผน เพื่อช่วยให้ลดต้นทุน และได้กำไรมากขึ้น

 

 

 

 

 

 

 

  • เมื่อรถหาย เรามีทีมกู้รถระดับมืออาชีพ ช่วยประสานตำรวจ ให้ตรวจจับ

 

 

 

 

 

 

 

  • ใช้งานได้ง่าย ไม่ซับซ้อน ผ่านแอพมือถือ ทั้ง Android และ IOS มีคู่มือการใช้

 

ได้รับความไว้วางใจจากบริษัท หลายๆบริษัทที่เลือกใช้กับ คาร์แทรค เปิดใช้งานมากถึง 23 ประเทศ รถยนต์ที่ใช้งานมากกว่า 1.35 ล้านคัน

อุปกรณ์คุณภาพสูง ใช้งานได้หลายปี ฟรีค่าติดตั้ง เป็นบริษัทที่ครอบคลุมทุกอย่างอย่างแท้จริง ยืนยันตัวตนผู้ขับขี่ วางแผนเส้นทาง และสามารถดูข้อมูลย้อนหลังได้ ใช้งานได้ง่าย มีเจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำ

บริษัทคาร์แทรค ก่อตั้งตั้งแต่ ค.ศ.2004 เริ่มต้นที่ประเทศแอพริกาใต้ และขยายไป 23 ประเทศทั่วโลก มีการช่วยเหลือกองทุนเพื่อการศึกษาต่างๆให้เด็ก ชุมชนที่ยากจน
มีการส่งเสริมพัฒนาธุรกิจรายย่อย ทั้งยังให้การสนับสนุน WHEEL WELL องค์กรที่ไม่หวังกำไร เป็นการ รวมเบาที่นั่งเด็กที่มีคนบริจาค และบริจาคให้คนที่ต้องการ ช่วยเหลือเด็กสูญหาย และยังช่วยเหลือหน่วยฉุกเฉินต่างๆ

โปรแกรมเช็ค gps อัพเดตแบบเรียลไทม์ สำหรับทางตรง อัพเดตประมาณ 3 กิโลเมตร อัพเดต ถ้ามีการเลี้ยวหรือเปลี่ยนทิศมากกว่า 10 องศา การจอดนิ่ง หรือ ความเร็วมีอัตราเร่ง เปลี่ยนแปลงมากกว่า 5 กิโลเมตรต่อชม.

เมื่อออกนอกพื้นที่ของโทรศัพท์เคลื่อนที่ ก็สามารถบันทึกไว้ได้ 5,000 เรคคอร์ดเพื่อให้คุณติดตามต่อไปได้ ไม่หลุดบันทึก ซึ่งจะเก็บข้อมูลในระบบ

การมอนิเตอร์น้ำมันมีความแม่นยำ มากถึง 95%

มีรีพอต ไฟสัญญาณเตือนคนขับขี่ ว่าคนขับขี่แต่ละรายพฤติกรรมอย่างไร ดี หรือเสี่ยงควรตักเตือน

อุปกรณ์ GPS ปกติใช้แบตรถยนต์แต่ถ้าหมด มีแบตสำรอง อยู่ได้นานถึง 4 -5 ชม.ต่อไป

 

 

ถ้าขับรถไม่เป็น  เรียนขับรถ โรงเรียนเรา มีโปรโมชั่นพิเศษ

 

ประกันรู้ใจดีไหม