ฟิล์มติดรถยนต์ มีประโยชน์อย่างไร ประเภทฟิล์มติดรถยนต์

ฟิล์มติดรถยนต์ มีประโยชน์อย่างไร ประเภทฟิล์มติดรถยนต์ ฟิล์มติดรถยนต์ ติดกระจก มีหน้าที่ในการช่วยกรองแสงแดด แสง UV ลดความร้อนในรถยนต์  เราคงเจอปัญหาเวลาจอดรถกลางแดด นานๆ  เมื่อเข้ามาในรถ ร้อนมากๆ  เหมือนเข้าไปในเตาอบ ดีๆ  เคยมีข่าวเด็กเล่นซ่อนแอบเข้าไปในซากรถ  แล้วเสียชีวิตได้เลยทีเดียว  การเลือกฟิล์มติดรถยนต์เราควรรู้ประเภท ของฟิล์มแต่ละชนิดว่าแตกต่างกันอย่างไรก่อน   และประโยชน์ของการติดฟิล์ม มีอะไรบ้าง

ประเภทฟิล์มติดรถยนต์

 

ประโยชน์ของฟิล์มติดรถยนต์

 

1.ช่วยลดความร้อนภายในรถยนต์ กรองรังสี UV

สามารถป้องกันแสง UV ได้ 99% ทำให้ ภายในไม่ร้อนจนเกินไป

 

2.ช่วยให้ภายในรถยนต์มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น คนมองจากภายนอก เห็นไม่ชัด  หรือแทบไม่เห็น ขึ้นอยู่กับเราว่าต้องการ  ทึบแค่ไหน  ไม่ล่อเป้าโจรมาก

 

3.ช่วยรักษา อุปกรณ์ภายในรถยนต์  แสงแดด UV ทำให้อุปกรณ์ในรถยนต์  หรือสิ่งของเสื่อมสภาพ หรือเสียหายได้เร็ว  การติดฟิล์ม จะช่วยลดความร้อน ยืดอายุการใช้งาน

 

4.ช่วยรักษาความเย็น แอร์ใช้งานไม่หนัก

รักษาความเย็นภายใน ตัวเครื่อง ลดร้อน  ทำให้เวลาเปิดเครื่องปรับอากาศ สามารถเย็นได้รวดเร็ว แอร์ภายในรถยนต์ไม่ใช้งานหนักจนเกินไป

 

ฟิล์มติดรถยนต์ มีอะไรบ้าง ประเภทฟิล์มติดรถยนต์

 

1.ฟิล์มติดรถยนต์แบบย้อมสี

เป็นฟิล์มเกรดต่ำ และราคาถูก  กรองได้ไม่มากนัก  อายุการใช้งาน ไม่กี่ปี

 

2.ฟิล์มรถยนต์แบบฉาบไอโลหะ

ฟิล์มอาบไอโลหะ หรือ เรียกอีกชื่อนึงว่า ฟิล์มเมทัลไลท์ (Metallised Films)  ถ้าเรียกทั่วๆไปง่ายๆวว่า ฟิล์มปรอท   คุณภาพ ดี  ลดความร้อน ราคาพอเหมาะ  แต่มีข้อเสียคือ สัญญาณ GPS ,สัญญาณโทรศัพท์ อาจจะถูกรบกวน

 

3.ฟิล์มติดรถยนต์แบบนาโน

ราคาแพงที่สุด อายุยาวนานที่สุด มากกว่า 10 ปี

 

ฟิล์มนาโนคาร์บอน

ข้อดีคือเมื่อใช้นานๆจะไม่ซีด  และไม่รบกวนสัญญาณ GPS ,โทรศัพท์ ,อิเล็กทรอนิกต่างๆ  ราคาค่อนข้างแพง

 

ฟิล์มนาโนเซรามิค

ตัวฟิล์มโปรงใส  ดูสบาย  ป้องกันความร้อนได้ดี  ความสามารถเทียบเท่าฟิล์มนาโนคาร์บอน

 

 

ความเข้มของฟิล์ม มี 3 ระดับคือ

 

40% ,60% ,80%

 

 

การเลือกฟิล์มติดรถยนต์

 

1.เลือกฟิล์มคุณภาพสูง

เลือกทั้งทีเลือกดีๆไปเลยดีกว่า เพื่อการใช้งานที่ยาวนาน

 

2.เลือกยี่ห้อน่าเชื่อถือ

ควรศึกษายี่ห้อต่างๆเปรียบเทียบกัน และดูรีวิวจากลูกค้า

 

3.เลือกฟิล์มติดรถยนต์ที่ มีการรับประกัน

การรับประกันสำคัญมาก เพื่อให้คุณมั่นใจเวลาซื้อไปใช้งาน  ถ้ามีปัญหา ก็สามารถเคลมได้ง่าย

 

4.ฟิล์มติดรถยนต์ที่มีคุณสมบัติในการป้องกันพื้นฐาน

เลือกที่เป็นไปตามมาตรฐาน สามารถป้องกัน UV ได้ 99%

 

วิธีดูแลรักษาฟิล์มติดรถยนต์

 

-ไม่เลื่อนกระจก  เป็นเวลา 1 สัปดาห์

-ไม่ใช้ระบบละลายฝ้าเป็นเวลา 1 เดือน

-ไม่ใช้กระดาษ แปรง ต่างๆ  ฟิล์มอาจจะเสียหาย

-ควรใช้ ผ้านุ่ม และน้ำสบู่อ่อน จะดีที่สุด

-หลังติดตั้งฟิล์มเสร็จ  ควรจอดรถยนต์ ตากแดด เป็นเวลา 2-3 สัปดาห์  ทำให้กาวเหนียวแน่นมากขึ้น

 

ทำไมต้องเรียนโรงเรียนสอนขับรถ  ถ้าคุณขับขี่รถยนต์ไม่เป็น  หรือเคยขับนานแล้วและไม่ชำนาญการขับขี่  คุณควรมีครูผู้สอนผู้ชำนาญการในการฝึกหัดขับรถของคุณให้ชำนาญ

 

เครดิต

https://www.carsome.co.th/news/item/car-tint

https://www.thaicarglass.com/film_care.php

ซ่อมอู่หรือซ่อมห้าง ซ่อมแบบไหนดีกว่ากัน 

ซ่อมอู่หรือซ่อมห้าง ซ่อมแบบไหนดีกว่ากัน  การซ่อมอู่หรือซ่อมห้าง (ศูนย์บริการรถยนต์) มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน ควรศึกษาเปรียบเทียบข้อแตกต่างเพื่อที่จะ สามารถเลือกใช้ได้

ซ่อมอู่หรือซ่อมห้าง

 

ซ่อมอู่ แบ่งเป็น 2 ประเภทคือ

1.อู่ในเครือบริษัทประกัน
ถ้ารถเกิดอุบัติเหตุ หรือขัดข้อง นำรถไป ซ่อมในอู่ในเครือประกันได้ โดยง่าย ไม่ต้องทำเรื่องเอกสาร ไม่ต้องสำรองจ่ายในกรณีที่ซ่อมรถเสร็จแล้ว

2.อู่นอกเครือบริษัทประกัน เมื่อรถขัดข้อง ต้องการซ่อม สามารถเข้าอู่ใกล้เคียงที่ไหนก็ได้ หรือใกล้บ้านเราก็ได้ ถ้าเข้าอู่นอกเครือบริษัทประกัน จะต้องมีการสำรองจ่ายค่าซ่อมไปก่อน แล้วจึงสามารถนำใบเสร็จ เพื่อไปเบิกกับบริษัทประกัน ภายหลังได้

 

ข้อดีของซ่อมอู่คือ

1.มีอู่ให้เลือกได้มาก ที่ใกล้เคียงกับรถยนต์ของคุณ

2.ค่าเบี้ยรถถูกกว่า ซ่อม ศูนย์บริการ

3.ค่าซ่อม สามารถคุยต่อรองได้ง่าย

4.ระยะเวลาซ่อมรวดเร็ว กว่าการซ่อม ศูนย์บริการ

 

ข้อเสียของซ่อมอู่คือ

1.อาจจะมีปัญหาเกิดขึ้นได้ แล้วอู่ไม่รับผิดชอบ หรือรับผิดชอบแต่ต้องเสียเงินเพิ่ม

2.อะไหล่ อาจจะเป็นของปลอม หรือของเก่ามาสับเปลี่ยนได้โดยที่เราไม่รู้

3.ค่าอะไหล่ ค่าแรงอาจจะไม่ได้เป็นไปตามมาตรฐาน อาจจะถูกโกงค่าแรงได้

4.งานซ่อมอาจจะไม่สมบูรณ์

ซ่อมห้าง เป็นการซ่อมที่ศูนย์บริการยี่ห้อรถยนต์ของเรา ที่เรียกว่าซ่อมห้าง เพราะศูนย์บริการโดยทั่วไปแล้ว จะมีการจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด เลย มีการเรียกย่อๆว่า ซ่อมห้าง

 

ข้อดีการซ่อมห้าง

1.มีอะไหล่แท้ ไม่ต้องกังวลว่าจะได้ของปลอม ซ่อมได้ โดยไม่ต้องรอ

2.มีการรับประกันการซ่อม ถ้ามีปัญหา สามารถ กลับมาศูนย์มาซ่อมใหม่ได้

3.ซ่อมโดยมีมาตรฐานรองรับ เชื่อถือได้

 

ข้อเสียการซ่อมห้าง

1.จ่ายเบี้ยแพงกว่า

2. ราคาซ่อมแพงกว่า เนื่องจากระบบเป็นไปโดยมาตรฐาน ค่าแรง ค่าส่วนอื่นสูงกว่า

3.อาจจะใช้เวลาซ่อมนาน เนื่องจาก มีคนมาซ่อมมาก ช่างมีจำนวนจำกัด

4.อาจจะหาศูนย์บริการที่ใกล้เราได้ยาก

 

ซ่อมอู่หรือซ่อมห้าง ถ้าจะซ่อมอู่ หรือซ่อมห้าง คุณควรเลือกตามกรมธรรม์ของคุณ และควรเลือกตามความสะดวก สบายใจแบบไหน ซึ่งมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน คนส่วนใหญ่นิยมซ่อมห้างมากกว่า (ศูนย์บริการ) เพราะต้องการเป็นไปตามมาตรฐาน และกลัวการโดนหลอกเรื่องอะไหล่ และค่าแรง แต่ถ้าซ่อมอู่ก็ไม่ผิดอะไร เพียงแต่ว่าควรเลือกอู่ที่ดูน่าเชื่อถือ มีคนใช้บริการ แล้วพึงพอใจดี อยู่ไม่ไกลจากรถยนต์ของคุณนัก ก็ใช้ได้

เรียนขับรถจากประสบการจริง ด้วยโรงเรียนสอนขับรถ  เรียนจบคุณจะเป็นนักขับขี่ที่ดี  รู้ทุกขั้นตอนการขับรถ คอยปรึกษาครูผู้สอนได้

 

กล้องติดหน้ารถแบบไหนดี ดีอย่างไร ควรเลือกยังไงดี

กล้องติดหน้ารถแบบไหนดี ดีอย่างไร ควรเลือกยังไงดี

ยุคสมัยนี้กล้องติดรถยนต์หน้ารถ นี่สำคัญมาก ทุกคันจำเป็นต้องมี บางคนอาจจะละเลยความสำคัญ ไม่รู้ว่ามีประโยชน์ คิดว่าคงไม่ต้องใช้อาจจะพลาดเรื่องสำคัญได้ ทางเรามีประโยชน์การใช้งานมาแนะนำ

กล้องติดหน้ารถแบบไหนดี

ประโยชน์การติดกล้องหน้ารถยนต์

1.เป็นหลักฐานสำหรับ เมื่อเกิดเหตุการไม่คาดคิด หรืออุบัติเหตุได้
โดยปกติแล้วกล้องหน้ารถจะถูกเปิดบันทึก ทุกๆ ช่วงเวลาของการเดินทาง ไม่ว่ารถจอด หรือรถวิ่ง บันทึกเป็น วีดีโอ เมื่อเกิดเหตุการ อุบัติเหตุ เราจะสามารถใช้เป็นหลักฐาน หรือมา กรอภาพช้าดูย้อนหลังได้ ว่าใครผิด ใครถูก เมื่อเกิดเหตุการ แล้วเราสามารถ เอาวีดีโอหลักฐานไว้เครมประกันได้ ถึงแม้ว่าเรามั่นใจว่าเราฝีมือขับรถดีมาก ไม่เคยชนใคร แต่ก็ต้องระวังด้วยว่า รถคันอื่นอาจจะขับมาชนเราก็ได้

2.ป้องกันผู้ที่คิดหวังไม่ดี
บางทีอาจจะเจอคนแกล้งให้เราขับชน เพื่อหวังค่าเสียหายจากเรา หรือรถอื่นขับชนเพื่อเรียกค่าเสียหาย หรืออาจจะขู่ทำร้ายได้ การมีกล้องเพื่อเป็นหลักฐาน คอยบันทึก ไว้เวลาเกิดเหตุการณ์ที่ไม่ดี

3.บันทึกการขับขี่ตลอดเส้นทาง
เราสามารถเก็บภาพ วิว ทิวทัศน์ต่างๆด้านหน้า ในการขับขี่ตามระยะทางของเรา บางคนนำมาประกอบกับวีดีโอ youtube ช่องตัวเอง ได้ หรือสำหรับใช้ในการตรวจสอบเส้นทางการเดินรถยนต์ สำหรับรถยนต์ส่งของ ส่งสินค้า หรือส่งคน ได้

4.ตรวจสอบการขับขี่ของคนขับรถยนต์
ว่ามีพฤติกรรมการขับขี่อย่างไร เหมาะสมหรือไม่ ปฏิบัติตามกฎจราจร หรือกฎบริษัทหรือไม่ หากขับขี่ไม่ปลอดภัย หรือบางทีดื่มสุรา อาจจะส่งผลให้ ภาพลักษณ์องค์กรเสียหายได้ การมีกล้องติดรถยนต์สามารถตรวจสอบพฤติกรรม ตลอดการเดินทางของคนขับได้เป็นอย่างดี

5.เครมประกันลดเบี้ยประกัน 5-10 %

คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ได้มีการให้คำสั่งว่า บริษัทประกัน จะต้องลดเบี้ยประกัน 5-10% กับผู้ที่มีการติดตั้งกล้องติดรถยนต์ ไม่ถูกดัดแปลง และจะต้องมีการที่ติดตั้ง ตลอดของการเอาประกัน

6.ช่วยเส้นทางที่ไม่ชิน ไม่คุ้นเคย
ปัจจุบันกล้องติดรถยนต์ สามารถย้อนดูเส้นทางที่คุณเคยไปมาแล้วได้ คุณสามารถย้อนกลับไปดู ย้อนหลังได้ การใช้ GPS หรือ google map ก็จะได้คร่าวๆ แค่ส่วนนึง GPS อาจจะไม่ตรงก็ได้คุณอาจจะเลี้ยวผิดซอยก็ได้

 

การเลือกกล้องติดรถยนต์

1.ขับกลางคืนบ่อยไหม ถ้าขับกลางคืนบ่อยควรเลือกกล้องที่สามารถถ่าย ตอนดึกๆ เวลากลางคืนได้ดี แต่ไหนๆก็ไหนๆซื้อแล้วก็เอาให้ดีไปเลยดีกว่าใช้ได้นาน ก็เลือกแบบ คมชัดเวลากลางคืนไปด้วยดีกว่า

2.แบตเตอรี่คุณภาพดี แบตไม่ควรเสื่อมง่าย ควรเลือกรุ่นที่ดีหน่อย

3.กล้องมีความคมชัด สามารถเห็นป้ายทะเบียน ในระยะ สายตา

4.กล้องหน้า กล้องรถ กล้องหน้ารถสำคัญแล้ว การติดกล้องหลังรถ เพิ่มเติม ช่วยเพิ่มความปลอดภัยมากขึ้น เช่นจากการโดนคันอื่นชนท้ายเราจะสามารถทราบได้

5.มีการตรวจจับความเคลื่อนไหว แรงสั่นสะเทือน สำหรับคนมีทุนเพิ่มเติม จะบันทึกสำหรับมีวัตถุ ผ่านหน้ารถยนต์ กับมีการสั่นสะเทือน กล้องจะบันทึกอัตโนมัติ เป็นประโยชน์มากๆ

 

นักเรียนที่เรียนกับโรงเรียนสอนขับรถของเรา ได้ทั้งประสบการณ์  ได้ทั้งรอยยิ้ม  ได้ความรู้เต็มเปี่ยมออกสู่ถนน

 

เครดิต
https://www.bolttech.co.th/ประกันรถยนต์/เคล็ดลับ/ประโยชน์กล้องหน้ารถ
https://www.tidlor.com/th/article/insurance-knowledge/auto-insurance/car-dash-camera-advantages.html

ไส้กรองรถยนต์ มีกี่ประเภท อะไรบ้าง

 

ไส้กรองรถยนต์ มีกี่ประเภท อะไรบ้าง

 

 

ไส้กรองน้ำมันเครื่อง

น้ำมันเครื่องจะผ่านการกรองโดยไส้กรอง ดักจับชิ้นส่วน เศษสกปรก เขม่า ฝุ่นผงต่างๆ ที่มีการเสียดสี ทั้งหลายจะติดกับกระดาษกรอง และน้ำมันเครื่องที่ผ่านการกรองแล้วจะเข้าสู่เครื่องยนต์ ไม่ทำให้เครื่องยนต์ติดขัดจากน้ำมัน ไส้กรองน้ำมันเครื่องจะติดกับ ตัวเครื่องรถยนต์ ปกติจะต้องเปลี่ยนไส้กรองน้ำมันเครื่องทุก 2 ครั้ง เปลี่ยนไส้กรอง 1 ที แต่ก็แล้วแต่การใช้งาน การใช้รถยนต์ด้วยอาจจะต้องเปลี่ยนเร็วกว่าเดิม

 

ไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิง

เป็นส่วนช่วย ในการดักจับสิ่งสกปรก เศษตกค้างต่างๆ ที่เจือปนกับน้ำมันเชื้อเพลิง ช่วยให้น้ำมันสะอาด ควรเปลี่ยน อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อป้องกันไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิงอุดตัน ถ้าอุดตัน จะทำให้ น้ำมันไม่สะอาดและ อาจจะ สะดุด เร่งเครื่องไม่ขึ้น แรงตก

 

 

ไส้กรองน้ำมันเกียร์

สำหรับกรองสิ่งสกปรกในน้ำมันเกียร์ ถ้าใช้งานเกียร์อัตโนมัติแผ่นผ้าคลัทจะมีการสึกหรอและเข้าไปกับน้ำมันเกียร์อุดตัน เกิดเสียหายได้

 

ไส้กรองอากาศ

ทำหน้าที่กรองสิ่งสกปรก ก่อนจะมีการเข้าห้องเผาไหม้ ห้องเครื่อง จะได้อากาศที่สะอาด เครื่องยนต์ทำงานได้ไม่ติดขัด ถ้าอากาศไม่สะอาดอาจจะเกิดผลเสีย เรื่องควันดำ รถเร่งเครื่องไม่ออก กินน้ำมัน

 

ไส้กรองแอร์

ช่วยในการดักฝุ่นละออง ในอากาศ ทำให้แอร์ที่เข้ามานั้น สะอาดมากขึ้น ถ้าไม่มีกรองแอร์อาจจะมีสิ่งสกปรก ฝุ่น เศษต่างๆเข้ามาในคอยล์เย็น ทำให้อากาศแอร์ที่ออกมา ไม่บริสุทธิ์ และอาจจะส่งผลทำให้แอร์ทำงานยากขึ้น และไม่เย็นได้ และถ้าเราสูดเข้าไปอาจจะเกิดภูมิแพ้หรือโรคทางเดินหายใจได้

 

มือใหม่หัดขับควร  เรียนโรงเรียนสอนขับรถ  ของเราเพื่อสร้างความชำนาญในการขับขี่  สามารถสอบใบขับขี่จบได้ในตัว   ราคาไม่แพง

 

เครดิต
https://www.valvoline.co.th/information/tips/201908.php
https://auto.mthai.com/news/tips/90480.html

รถหายแจ้งที่ไหน ควรทำอย่างไร

รถหายแจ้งที่ไหน ควรทำอย่างไร  การที่เราใช้รถยนต์ ถ้าไม่ป้องกันให้ดี รถอาจจะหายจากการถูกขโมยได้ คุณอาจจะลนลานทำอะไรไม่ถูก บางทีเป็นรถใหม่ที่ยังเพิ่งจะผ่อน หรือยังผ่อนไม่หมด เกิดคำถามขึ้นในใจมากมาย ว่าจะตามรถคืนอย่างไร รถหายไปแล้วยังต้องผ่อนต่อไหม ก่อนอื่นเลยเราต้อง

 

รถหายแจ้งที่ไหน

ตั้งสติให้ดีๆ

หลายๆคนอาจจะเสียสติ รู้สึกทำอะไรไม่ถูก ทั้งกังวล เศร้า เสียใจ โกรธ ทางที่ดีคือควบคุมสติให้ดีๆ แล้วลองนึกย้อนดีๆ ว่าเราจอดรถตรงนี้ไว้จริงหรือไม่ บางทีเราอาจจะจอดผิดที่แล้ว คิดไปไกลว่ารถหาย ลองตรวจสอบดูใหม่อีกรอบ ถ้าตรวจสอบดีแล้วว่ารถหายจริงๆ สิ่งที่ต้องทำคือ

 

แจ้งบริษัทประกัน และไฟแนนซ์

โทรติดต่อเพื่อแจ้งเหตุการรถหาย ให้บริษัทได้ดำเนินเรื่องต่อไป

 

ไปโรงพักแจ้งความ

ไปสถานีตำรวจในท้องที่นั้นๆ เพื่อแจ้งความว่ารถหายหรือถูกขโมย โดยให้เจ้าหน้าที่ลงบันทึกประจำวัน โดยระบุ ลักษณะรถ ยี่ห้อ ป้ายทะเบียนให้เจ้าหน้าที่ลงบันทึกประจำวัน และให้ช่วยติดตามหา ใบบันทึกประจำวันให้เก็บไว้ เพื่อแจ้งกับบริษัทประกันภัยรถยนต์

 

รถหายแจ้งที่ไหน โทรแจ้งรถหาย ตามเบอร์ต่างๆ

จส. 100 เบอร์ 1137
ศูนย์วิทยุส่วนด่วนรถหาย เบอร์ 1192
ร่วมด้วยช่วยกัน สวพ.91 1677

 

รวมทั้งโซเชี่ยล กลุ่มต่างๆ ทั้งใน Facebook twitter line instargram ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ หรือที่เกี่ยวกับรถหาย ให้ช่วยตามหาเผื่อคนเห็น ถ้าโชคดีมีคนเห็นเค้าก็จะแจ้งเรามาได้ ให้หลายๆตาช่วยกันดู ช่วยกันสังเกตุ

 

ติดต่อบริษัทประกันภัยรถยนต์

หลังจากที่ไปแจ้งความกับตำรวจได้บันทึกประจำวันแล้ว นำเอาบันทึกประจำวันของตำรวจ แล้วติดต่อบริษัทประกัน เล่าเหตุการณ์ตามความเป็นจริง รายละเอียดให้ชัดเจน ครบถ้วน บริษัทจะส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบ ถ้าเหตุการณ์เป็นจริงอย่างที่เล่า บริษัทจะเตรียมทำเรื่องจ่ายสินไหมทดแทน ตามในกรมธรรม์

 

รถหายต้องผ่อนชำระต่อหรือไม่

หลายคนกังวลว่ารถหาย ค่าผ่อนยังผ่อนไม่หมด จำเป็นต้องผ่อนต่อไหม ถ้าเราทำประกันภัยรถยนต์ ที่มีการระบุให้ความคุ้มครองเรื่องในการผ่อนค่างวดสำหรับรถหาย หรือโดนขโมย เราจะไม่ต้องจ่าย ในงวดต่อๆไป เพียงแต่ว่า ต้องจ่ายค่างวดที่ค้างอยู่ให้ครบ

 

วิธีป้องกันรถหาย

ไม่จอดในที่เปลี่ยว
ควรจอดรถยนต์ในบ้าน ถ้ามีพื้นที่ให้จอด หรือจอดในที่ๆ มีคนดูแลอยู่ ไม่ควรจอดในซอยเปลี่ยวๆ ผู้คนเดินน้อย เพราะเป็นจุดเพ่งเล็งให้โจรได้

ใช้อุปกรณ์กันขโมย
ในร้านค้าต่างๆ รวมถึงร้านค้าออนไลน์ มีอุปกรณ์ป้องกันขโมยรถยนต์หลากหลาย ป้องกันไว้ดีกว่าแก้ ติดตั้งไว้ อุ่นใจกว่า เพื่อให้โจรตกใจ แจ้งเตือนให้คนละแวกนั้นได้รู้ และทำให้โจรทำงานลำบากมากขึ้นจนละเลิกไปได้

 

ถ้าคุณคิดหาโรงเรียนสอนขับรถ ดีๆ  หรือต้องการพาคนที่คุณรู้จักไปหัดขับรถ  แนะนำโรงเรียนเรา ไอไดร์ฟรังสิต

 

เครดิต

https://www.tidlor.com/th/article/insurance-knowledge/auto-insurance/how-to-prevent-car-from-being-stolen.html

 

ขับรถ แล้ว ยางรถแตก ทำอย่างไรดี 

ขับรถ แล้ว ยางรถแตก ทำอย่างไรดี  ยางแตก หรือยางระเบิด เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้กับรถยนต์ทุกคัน แต่ปัจจุบันมีเทคโนโลยีช่วยในการวัดความดันลมยาง ทำให้โอกาสเกิดยางแตกน้อยลงแล้ว แต่สมมุติถ้าเกิดแตกขึ้น คนขับจะทำะไรไม่ถูกว่าควรแก้ปัญหายังไง

 

เราจะรู้ได้จากเสียงระเบิด รถยนต์สั่น แล้วรู้สึกว่ามีเสียงลมบริเวณยางรถยนต์ รถวิ่งได้ช้าลง เมื่อแตกรถจะไม่สมดุล ส่ายไปมา ขึ้นอยู่กับว่าแตกข้างไหน รถจะเอียงไปข้างนั้น และขึ้นกับความเร็วในการขับ จะรู้สึกฟืดๆเวลาขับ

ถ้ารู้สึกได้ว่าเกิดยางระเบิดหรือยางแตกแล้ว ให้ ตั้งสติดีๆ จับพวงมาลัยดีๆ ไม่เหยียบเบรคกระทันหัน พยายามประคองรถยนต์ ให้ปล่อยไหล ปล่อยให้รถค่อยๆลดความเร็ว เปิดสัญญาณไฟฉุกเฉินกระพริบ แล้วค่อยๆเลี้ยวเข้าจอดข้างทาง ถ้าเห็นกรวยบนถนนข้างๆ ให้นำมาตั้งขวาง เผื่อระยะ เพื่อป้องกันรถคันอื่นขับมาชน

ถ้าเรารู้วิธีเปลี่ยนยาง ก็ควรเปลี่ยนยางเองได้ ดังนั้นควรมียางสำรองไว้สำหรับเปลี่ยนเสมอติดรถยนต์ไว้ สำคัญมาก ถ้าเดินทางไกลต่างจังหวัดถ้าพื้นที่ไม่สามารถหาช่างได้ เราก็ต้องเปลี่ยนเอง ดังนั้นฝึกการเปลี่ยนยางไว้ดีที่สุด แต่ถ้าเราสามารถหาช่างได้ ก็สามารถเรียกช่างมาเปลี่ยนให้ได้ ยางรถแตก สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกสภาพอากาศ

ยางอาจจะเกิดอาการเสื่อมเนื่องจากอายุมาก

ตรวจสอบยางว่ามีรอยแตก บวม ดอกยางสึกจนเกือบหมด หรือไม่ หรือใช้งานนานเกินอายุ 4 ปี ถ้าใช่ควรจะเปลี่ยน เพื่อความปลอดภัย

 

ยางอาจจะเหยียบทับกับของมีคม

เช่นตะปู เหล็ก หินแหลมๆ อื่นๆ แล้วยางถูกฉีกระเบิดได้ หรืออาจจะไปโดนขอบหลุม ทางถนนขรุขระ ก็มีปัญหาได้เช่นกัน

 

ซื้อยางเปอร์เซ็นมาใช้งาน

ร้านยางจะซื้อยางมาจากผู้ที่ต้องการเปลี่ยนยาง แล้วร้าน ถ้าดอกยางตื้น หรือไม่มีดอกยาง ร้านจะมาแกะลายเพิ่มเติม แล้วขายในราคาที่ถูก หรือเรียกอีกอย่างคือยางมือสอง ให้ลองสังเกตุว่ามีสะพานยางหรือไม่ถ้าไม่มีสะพานยาง แสดงว่าเป็นยางที่นำมาแกะใหม่

 

บรรทุกของเยอะเกินไป ใช้ความเร็วมากเกินไป

ก็อาจจะเป็นเหตุให้ยางสึกได้เร็วเช่นกัน เมื่อยางสึก ยางก็อาจจะเกิดแตกเร็วได้

 

ดังนั้นควรตรวจเช็คสภาพยางเป็นประจำ เลือกใช้ยางคุณภาพ ไม่ใช้ยางเปอร์เซ็น ใช้ความเร็วที่เหมาะสม ไม่บรรทุกของเยอะเกินไป เตรียมยางสำรองติดท้ายรถ ศึกษาเส้นทางการเดินรถทางที่ดี ศึกษาการเปลี่ยนยางได้ด้วยตัวเอง เติมลมยางให้เหมาะกับการใช้งานไม่อ่อนไป ไม่แข็งไป คอยสังเกตุสัญญาณเตือนไฟที่หน้าปัดรถยนต์ แต่ถ้ารถคันไหนไม่มี ให้ซื้อตัววัดลมยางมาวัด

เราไม่มีทางรู้ว่ายางรถยนต์จะแตกเมื่อไหร่ เมื่อเกิดปัญหาควรตั้งสติ แล้วค่อยๆแก้ปัญหาตามที่บอกมาข้างต้น

 

ถ้าคุณคิดจะขับรถ  โรงเรียนสอนขับรถ  เป็นจุดแรกที่คุณต้องเรียน  ที่โรงเรียนที่ได้รับมาตรฐาน เพื่อเวลาปรึกษาครูผู้สอนได้ทุกเรื่อง   

 

เครดิต
https://www.asiadirect.co.th/adbnewsdetail.php?newId=204
https://www.autospinn.com/2020/03/5-things-make-car-tire-blowout-77329
https://www.cartrack.co.th/ยางระเบิด

การดูแลรักษาสีรถยนต์

การดูแลรักษาสีรถยนต์  ถ้าเรารักษารถยนต์ไม่ดี สีรถยนต์อาจจะดูหมอง ทำให้ไม่สวยงามน่าดู ถ้าต้องการให้รถยนต์ของคุณดูสวยงาม ดูเหมือนใหม่ คุณต้องรักษารถยนต์คุณให้ดี โดย

 

 

 

ถ้าเป็นไปได้ ให้จอดรถในที่ร่ม

แสงแดด ส่งผลทำให้สีของรถ หม่นหมอง ซีดจางได้ เมื่อตากแดดเป็นเวลานานๆ และน้ำค้างตอนกลางคืนก็ส่งผลกับสีรถยนต์ให้ ซีดได้เช่นกัน ดังนั้น ถ้ามีที่ร่มก็ควรจอดในที่ร่มเพื่ป้องกัน แสงแดด ถูกทำร้าย

ถ้าจำเป็นจะต้องจอดรถกลางแดดจริงๆ ให้ ใช้ผ้าคลุมรถยนต์ เป็นวิธีป้องกันที่ดีที่สุด ควรใช้ผ้าคลุมที่ทนความร้อน รังสี UV และมีสายรัด การใช้ผ้าคลุมรถ จะช่วยป้องกันแสงแดด และ ช่วยป้องกันฝุ่นละออง ไม่ให้มีฝุ่นจับ ทั้งยังป้องกันฝนตกได้ด้วย

 

 


ควรปัดฝุ่นรถ และเช็ดรถเป็นประจำ

ถ้าคุณไม่ได้ล้างรถบ่อย อาจจะมีฝุ่น เศษโคลนติดรถยนต์ของคุณ เป็นเหตุให้แล็กเกอร์ เสื่อมสภาพ ความเงางามจะลดลง ถ้ามีฝุ่นจับ ให้ใช้ไม้ขนไก่ หรือผ้าชุบน้ำเช็ด ค่อยๆระมัดระวังในการเช็ด การเช็ดแบบนี้ อาจจะเกิดรอย ได้ ต้องระวัง

 

 

ล้างรถอย่างเหมาะสม และสม่ำเสมอ

ถ้าตากรถกลางแดดนานๆ ทำให้สี เสื่อมสภาพ และคราบสกปรกกัดกร่อน ถ้าล้างรถบ่อยๆ จะคลายความร้อน และลดคราบสกปรกที่เกิดขึ้นได้ ควรล้างรถโดยใช้น้ำยาล้างรถโดยเฉพาะ ไม่ควรใช้ผงซักฟอก หรือน้ำสบู่ เพราะจะเกิดความเป็นกรด ด่าง และทำให้สีของรถยนต์มีปัญหาได้

 

 

เช็ดรถยนต์จากการล้างรถเสร็จทุกครั้ง

เพราะเวลาคุณล้างรถจะทิ้งคราบน้ำ ซึ่งถ้าไม่เช็ด จะทำให้เกิดคราบแล้วสีอาจจะมีปัญหาได้
เช็ดโดยใช้ผ้าสำหรับเช็ดรถยนต์โดยเฉพาะ เช่นผ้านาโน หรือผ้าชามัวร์ ซึ่งมีความนุ่ม และซับน้ำได้ดี

 

เคลือบรถยนต์

เมื่อล้างรถยนต์เสร็จแล้ว เคลือบแวกซ์ทำให้สีรถยนต์ดูสวยงาม งดงาม เพื่อเป็นการรักษาสีรถยนต์ การเคลือบแก้วราคาสูงขึ้น แต่ก็ทำให้สีดูสวยมากขึ้น เงางาม และอยู่ในระยะเวลานาน

 

 

ขัดสี

เป็นอีกวิธีที่ทำให้สีรถ ของคุณดูสวยงาม โดยการขัดเอาสีภายนอกออก ให้เหลือสีภายในที่ยังมีคุณภาพอยู่ ให้ดูสวย การขัดสีทำให้สีบางลง ควรทำนานๆครั้ง

 

Wrap สีรถยนต์

วิธีการนี้ ทำได้อย่างรวดเร็ว เป็นการเปลี่ยนผิวภายนอกรถ ทำโดยไม่ต้องขัดสีรถ ไม่ต้องใช้น้ำยา ใช้เวลาไม่กี่วันเสร็จ

 

ล้างรถโดยใช้ดินน้ำมัน

ดินน้ำมันสำหรับล้างรถ ไม่ใช่ดินน้ำมันทั่วไปที่เราเล่นๆกัน มีหน้าที่ดูดซับฝุ่นสกปรก บนรถยนต์ มีความเหนียวหนืด เป็นวิธีที่ดีในการทำความสะอาดรถยนต์และยังคงความเงางามของรถยนต์ของคุณ ใช้คู่กับน้ำยาหล่อลื่นได้

 

โรงเรียนสอนขับรถ  ไอไดรฟ์@รังสิต  คุณสามารถ ต่อใบขับขี่  เรียนขับรถ  ปรึกษากับครูผู้ชำนาญการในด้านขับขี่รถยนต์

 

เครดิต
https://khaorot.com/car-care-and-maintenance/5-วิธี-ดูแลรักษาสีรถยนต์ให้สดใส-ไม่หม่นหมอง-aid20190927175405011
https://www.tidlor.com/th/article/lifestyle/ways-to-maintain-car-paint.html

ลมยางไนโตรเจน กับลมธรรมดา

ลมยางไนโตรเจน กับลมธรรมดา

ลมยางไนโตรเจนคืออะไร

คือปกติลมยาง ทั่วๆไป ที่เติมๆกัน ตามที่เติมลมฟรีในปั้มน้ำมัน เป็นอากาศธรรมชาติ มีส่วนไนโตรเจน ประกอบประมาณ 78% และออกซิเจน มีประมาณ 21% ที่เหลือจะเป็น ก๊าซต่างๆและไอน้ำ
ในส่วนของลมยางไนโตรเจน จะใช้แก๊สไนโตรเจนบริสุทธิ์ 93% มาเติมในยางรถยนต์ ลมยางไนโตรเจนมีโมเลกุลขนาดใหญ่ รั่วซึมได้ช้ากว่า ควรเช็คลมยางไนโตรเจนประมาณ เดือนละ 1 ครั้ง แต่ถ้าลมยางปกติ 1-2 สัปดาห์

ลมยางไนโตรเจน กับลมธรรมดา

 

ลมยางไนโตรเจน ดีอย่างไร

- มีความสามารถกัดกร่อน เนื้อยาง ได้น้อยกว่า ลมยางธรรมดา
- ขับขี่ได้นิ่มนวล เสียงเบา ลดการเกิดเสียง
- แรงดันภายในมีความเสถียร อยู่นาน ลดการระเบิด
- แรงดัน มีโอกาสรั่วน้อยกว่าปกติ นานๆค่อยเติมลมทีนึง
- ลมยางไนโตรเจน เป็นก๊าซแห้ง (ไม่ทำให้กระทะล้อเป็นสนิม)
- ยางอายุการใช้งานได้นานขึ้น

 

ข้อเสียคือ

- มีที่เติมน้อย หาเติมยาก ต้องเติมอู่ หรือศูนย์บริการที่มีเติมลมยางไนโตรเจน
- มีค่าใช้จ่ายการเติม 100-200 บาท สำหรับ 4 ล้อ
-เติมร่วมกับลมยางธรรมดาไม่ได้

ลมยางธรรมดา ประกอบด้วย ไนโตรเจน 78% ออกซิเจน 21% และที่เหลือเป็นไอน้ำ และก๊าสต่างๆ

 

ข้อดีการเติมลมยางธรรมดาคือ

- ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเติม
- สามารถเติมได้ง่าย ตามปั้ม อู่ต่างๆ

 

ข้อเสียของการ เติมลมยางธรรมดา

-มีโอกาสระเบิดได้ง่ายกว่าไนโตรเจน
-อาจจะต้องเติมลมบ่อยกว่า
-กระทะล้ออาจจะเกิดสนิมได้
-ยางอาจจะเสียเร็ว

เติมลมไนโตรเจนประหยัดน้ำมันไหม

- การเติมลมไนโตรเจน ไม่มีผลต่อ การประหยัดน้ำมัน

 

เติมลมยางไนโตรเจน เหมาะสำหรับเติมกับรถคันไหน

แต่ก่อนไว้ใช้สำหรับรถความเร็วสูง F1 เพราะต้องใช้ความเร็วสูงมาก ยางจะระเบิดได้ง่าย การเติมลมยางไนโตรเจนจะช่วยลดการระเบิด ส่วนผู้ใช้งานทั่วไปก็เติมได้เพื่อเพิ่มความเสถียรของยางรถยนต์ยิ่งขึ้น ถ้าคนใช้ระบรรทุก รถกะบะที่บรรทุกของหนักๆ หรือผู้ขับรถเป็นระยะเวลานานๆ เหมาะกับเติมลมไนโตรเจน

เมื่อมีลมธรรมดาอยู่แล้ว และเติมลมไนโตรเจนเพิ่มเข้าไป ไม่ได้เป็นปัญหาอะไร เพียงแต่ว่า จะกลายเป็นลมธรรมดา ทางที่ดีควรไล่ลมธรรมดาออกก่อนแล้วค่อยเติมลมไนโตรเจนเข้าไป

 

วิธีเช็คไนโตรเจนแท้ไหม

บางทีอาจจะเจอของปลอมาคาถูกเข้าได้ อาจจะโดนย้อมแมวได้

ของปลอมจะเป็นดังนี้
ให้สังเกตุ หลังจากเติมไนโตรเจนแล้วไม่รู้สึกนิ่มนวล
ความดันลมยาง มีระดับเพิ่มสูงขึ้น 3-4 psi สำหรับวิ่งระยะทางไกล
ลมยางลดลง 1-2 สัปดาห์

 

สรุปการเติม ลมยางไนโตรเจน กับลมธรรมดา คือ

จำเป็นไหม ที่ต้องเติลมไนโตรเจน   แล้วแต่ความพึงพอใจแต่ละคน การใช้งานแต่ละคน บางคนอาจจะคุ้ม เพราะเดินทางไกล บรรทุกของหนัก บางคนอาจจะไม่คุ้ม ลมยางอ่อนค่อยไปเติมฟรี แล้วแต่บุคคล

 

โรงเรียนสอนขับรถ  ราคาไม่แพง เปิดทุกวันจันทร์ ถึงอาทิตย์ คุณสามารถเลือกวันเรียนได้  ครูสอนใจดี

 

เครดิต
https://tiresbid.com/content/post/detail/5330
https://www.silkspan.com/carinsur/article/86/

เมื่อเกิดอุบัติเหตุเกิดขึ้นแล้ว แบบมีคู่กรณี กับไม่มีคู่กรณี ควรปฏิบัติอย่างไร

เมื่อเกิดอุบัติเหตุเกิดขึ้นแล้ว มีคู่กรณี  สิ่งแรกที่ต้องทำคือ ตั้งสติ
คนส่วนมากสติแตก หลังเกิดอุบัติเหตุแล้ว รนราน ทำอะไรไม่ถูก สิ่งที่จะช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นคือ สติ ตั้งสติดีๆ แล้วประคองรถ และ สังเกตุดูตัวคุณ ผู้ร่วมโดยสาร คู่กรณีมีใครบาดเจ็บหรือไม่ ถ้ามีให้รีบโทรแจ้งโรงพยาบาล ถ้าบาดเจ็บเล็กน้อย หรือไม่ได้รับบาดเจ็บ ก็ให้ทำตามขั้นตอนต่อไป

 

 

 

ไม่ควรเคลื่อนย้ายรถ

เพราะหลังจากอุบัติเหตุแล้ว และมีคู่กรณี การเคลื่อนย้ายรถทำให้รูปคดีเสีย และหลักฐานอะไรที่เกิดขึ้นหายไป

 

โทรแจ้งตำรวจ 191

เมื่อเกิดอุบัติเหตุและมีคู่กรณี แล้วตกลงกันไม่ได้ ให้โทรแจ้งตำรวจก่อน คู่กรณี เพราะถ้าคู่กรณีโทรไปก่อนเราอาจจะโดนใส่ความได้ ถ้ามีผู้บาดเจ็บ หรือผู้เสียชีวิตควรโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที เพื่อเก็บหลักฐาน

 

 

โทรเรียกประกัน

ถ้ารถคุณทำประกัน ให้โทรเรียกประกัน เพื่อประเมินความเสียหาย และให้ประกันตกลงกับคู่กรณี ในการเครมประกัน

 

พยายามอย่าพูดอะไรเยอะ อย่ายอมรับผิด

สิ่งนี้หลายคนพลาด คิดว่าตัวเองเป็นฝ่ายผิด พูดขอโทษก่อน อาจจะเป็นช่องทำให้ เราผิดจริงๆทั้งๆที่ไม่ผิดก็ได้

 

ตรวจสอบกล้องหน้ารถ และหาพยาน

กล้องหน้ารถ เป็นหลักฐานชั้นดี ว่าใครผิด และหาพยายานระแวกใกล้เคียงว่ามีใครเห็นเหตุการณ์หรือไม่ โดยขอชื่อและ เบอร์ติดต่อ เพื่อให้เป็นพยานให้กับเรา

 

อย่ารีบตกลงกันเอง

เมื่อเกิดอุบัติเหตุ แล้วมีผู้บาดเจ็บ ถึงแม้อาจจะดูไม่มาก แต่บางทีอาจจะยังไม่รู้อาการก็ได้ ถ้าเราตกลงกันเองอาจจะเสีย รู้ได้ การเรียกร้องเพิ่มเติมอีกทำได้ยากขึ้น ดังนั้น ให้รอตำรวจ กับประกันมาเคลียร์ดีกว่า

 

ให้ข้อมูลคุณ และคู่กรณีกับตำรวจ

ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์เช่น ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ ที่อยู่ เลขทะเบียน ประกันรถ ส่งให้ตำรวจ และคู่กรณี และให้คู่กรณี ส่งให้คุณ และตำรวจเช่นเดียวกัน ถ้าคู่กรณีไม่ยินยอม ให้ จดเลขทะเบียน จดรูปพรรณสันฐาน หรือแอบใช้มือถือถ่ายไว้ แต่อย่าไปยึดหรือหยิบจับ ใบขับขี่คู่กรณี อาจจะโดนฟ้องร้องได้

 

ตรวจสอบประกัน

ทั้งของคุณและคู่กรณี โดยขึ้นกับความเสียหายอุบัติเหตุ และ ประเภทของประกันที่ทำ

 

เมื่อเกิดอุบัติเหตุแบบไม่มีคู๋กรณี

ในกรณีนี้เป็นการเกิดเหตุแบบส่วนใหญ่แล้วคุณเป็นคนผิด เนื่องจากไม่มีคู่กรณี จะเป็นการเกิดอุบัติเหตุ ลักษณะเช่น ชนต้นไม้ ,ชนเสาไฟ ,ชนที่กั้น กรวย ,ขับรถตกข้างทาง ,ตกแม่น้ำ และหลายๆอย่างที่เอาผิดคู่กรณีไม่ได้ และยังรวมถึง มีรถชนคุณ และรถคันนั้นหนีไปได้โดยที่คุณไม่มีหลักฐานในการตามตัว ก็เป็นแบบไม่มีคู่กรณี ถ้ามีผู้บาดเจ็บ หรือเสียชีวิต ให้เรียกรถพยาบาล โทรเรียกตำรวจ ในการช่วยสืบ และเรียกประกันมาเครมประกัน ซึ่งก็แล้วแต่กรณีด้วย ว่าประกันครอบคลุมแค่ไหน ถ้าเฉี่ยวเล็กๆ น้อยๆ ประกันบางประเภทไม่ได้ครอบคลุม

เปิด สอนเรียนขับรถ ได้มาตรฐานกรมขนส่งทางบก มีทั้งรถยนต์ รถมอไซต์ รถบรรทุก

 

เครดิต

https://th.priceprice.com/car/used/used-car-buyers-guide/What-to-do-During-Accident-8043/#:~:text=เมื่อเกิดอุบัติเหตุทุกครั้งและมีคู่กรณีให้คุณ,ย์ในที่เกิดเหตุ

ทำไมฝนตกรถติด มีสาเหตุเกิดจากอะไร

ทำไมฝนตกรถติด

ทำไมฝนตกรถติด  ฤดูฝน เมื่อคุณขับรถ คุณจะรู้สึกหงุดหงิดทันที เวลาขับรถในเวลารีบๆ แล้วฝนดันตกขึ้นมายิ่งทำให้เกิดจราจรติดขัดเข้าไปอีก คุณคงจะรู้สึกเซงๆ หงุดหงิด และเกิดนึกคำถามนี้ขึ้นมาแล้ว หาข้อสรุปเองไม่ได้ ทางเราสรุปสาเหตุมาให้ดังนี้

ทำไมฝนตกรถติด

 

1.ฝนตกทำให้รถบนถนนขับช้าลง

ขับช้าลงเพื่อป้องกันลื่น และระมัดระวังในการขับรถ เพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ เมื่อรถทุกคันขับช้าลง ทำให้มีโอกาสรถติดมากขึ้น

 

2.เกิดอุบัติเหตุบนถนน

การที่ฝนตกทำให้ ทัศนวิสัยในการขับขี่มองเห็นได้ไม่ดีนัก อาจจะก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย

3.รถบนถนนมากขึ้น

เมื่อมีฝนตกบ่อย คนเมื่ออกจากบ้านย่อมไม่อยากจะเปียก อยากเพิ่มความสะดวกสบาย จากเดิม ที่ต้องนั่งรถขนส่งมวลชนรวม กลับกลาย เปลี่ยนเป็นมานั่งรถส่วนตัวเพิ่มความสะดวก แต่ด้วยระบนถนนมากขึ้น ก็ทำให้รถติดมากขึ้น

 

4.รถเกิดเสียบนถนน

รถเก่า ที่มีโอกาสเสื่อมโทรม เสียหาย เมื่อเจอฝน หรือน้ำขัง ทำให้เกิดอาการน้ำเข้าเครื่อง สะดุด และส่งผลให้เสีย และจอดไว้ข้างทางได้ ทำให้ช่องทางจราจรเสียไป คันหลัง ก็ต้องเบี่ยงเบนเส้นทาง ทำให้รถติดขึ้นไปอีก

 

5.น้ำท่วมขัง

เมื่อเกิดน้ำท่วมขัง ทำให้รถชะลอ บางทีก็เลี่ยงการขับลงไปน้ำท่วมขัง ทำให้การจราจร เสียไปได้ น้ำรอระบาย ทำให้ความเร็วในการขับขี่ลดลง บางที่ก็ขับไม่ได้

 

6.รีบกลับบ้าน

ทุกคนรีบกลับบ้าน เพราะกลัวรถติด ฝนตกกันหมด เมื่อคนรีบในเวลาพร้อมๆกัน ก็เกิดรถยนต์มหาศาลบนท้องถนน ทำให้รถยนต์ติดขัดนั่นเอง เมื่อเลิกงาน ทุกคนคงไม่อยากให้เกิดรถติดรอนานๆ จะทำให้หัวร้อนได้ เมื่อกลับบ้านก็ใช้รถยนต์ส่วนตัวเพื่อไม่ให้เปียกและสะดวกสบาย และไม่ได้ไปไหน กลับบ้าน ทุกคนส่วนใหญ่คิดแบบนี้ เลยเกิดรถยนต์หลายคันขึ้น

 

7.รถขนส่งมวลชน แท็กซี่ย์ รถเมล์ รถตู้ จอดนานขึ้น

เมื่อเวลาขึ้นรถลงรถ ทุกคนจะต้องใช้เวลากางร่ม หรือใส่ชุดกันฝน เพื่อไม่ให้เปียก ทำให้เสียเวลาตรงนี้ได้อีก เมื่อสะสามหลายๆคน หลายๆคันเข้า ก็ทำให้รถยิ่งติดสะสมเพิ่มมากขึ้น

 

8.รถหลุดรอ จอดรถฝนซา

รถมอเตอร์ไซด์บางคันจอดเพื่อรอฝนซา หลายๆคันเข้า อาจจะทำให้การจราจรถนนแคบลงไปได้อีก ส่งผลให้รถติดมากขึ้น รถบางคัน น้ำเข้าเครื่องยนต์ทำให้สะดุด อาจจะต้องจอดรถ

 

เรียนขับรถ โรงเรียนเราไม่ผิดหวังแน่นอน ขับรถเป็นพร้อมใบขับขี่