ใบอนุญาตขับขี่ระหว่างประเทศ หรือใบขับขี่สากล

วิธีทำ ใบอนุญาตขับขี่ระหว่างประเทศ หรือใบขับขี่สากล (International Driving Permit)

สำหรับบุคคลที่มีใบขับขี่ที่เมืองไทย เมื่อไปท่องเที่ยวต่างประเทศคิดจะไปเช่ารถ ขับต่างประเทศ จะไม่สามารถไปขับขี่ได้ ดังนั้้นเราจะต้อง ทําใบอนุญาตขับขี่ ระหว่างประเทศ เพื่อไว้ใช้ในประเทศ และต่างประเทศได้โดยไม่ผิดกฎหมาย สามารถทำสะดวกรวดเร็ว  ลักษณะของใบขับขี่สากลจะมี  ขนาดใหญ่กว่าปกตินิดหน่อย  มีรูปติดบัตร มีคำแปลหลากหลายภาษา รายละเอียดกับสถิติที่สำคัญ

ใบอนุญาตขับขี่ระหว่างประเทศ

ทำ ใบอนุญาตขับขี่ระหว่างประเทศ เอกสารที่ต้องเตรียมไว้คือ

1.บัตรประจำตัวประชาชน ใบจริง
2.ใบอนุญาตขับขี่ ใบจริง ชนิด 5 ปีหรือตลอดชีพ พร้อมสำเนา
3.หนังสือเดินทาง(พาสปอร์ต) เล่มจริง เล่มที่ใช้จะเดินทางกับ สำเนา พร้อมเซ็นสำเนาถูกต้อง (พร้อมหน้าประวัติกับหน้าที่แก้ไข(ถ้ามี))
4.รูปถ่าย 2นิ้ว 2 รูป ไม่เกิน 6 เดือน ไม่สวมแว่นตาเข้มหรือหมวก ภาพด้านหลังเป็นภาพโล่งสีพื้นๆ หน้าตรงแบบพาสปอร์ต

5.สำเนาการแก้ไขชื่อสกุล ,ทะเบียนสมรสหรือใบหย่า

เมื่อเตรียมหลักฐานครบแล้ว เตรียมเงิน 505 บาท และไปทำเรื่องที่สำนักงานขนส่ง ที่คุณสะดวก เพื่อไปขอ ใบอนุญาตขับรถระหว่างประเทศ หรือใบขับขี่สากล

 

กรณีไม่สามารถมาทำเรื่องด้วยตนเองได้ ให้เตรียมหลักฐานเพิ่มคือ

1.ใบมอบอำนาจ พร้อมทั้งติดอากรแสตมป์ 10 บาทให้พร้อม
2.สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน ของผู้มอบอำนาจ
3.สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน ของผู้ ที่มาทำเรื่องแทน

ใบขับขี่สากลมีอายุเพียง 1 ปี ครบ 1 ปี มาต่อใหม่เสียค่าธรรมเนียม 505 บาท ใช้งานได้มากถึง 150 ประเทศทั่วโลก เช็คประเทศที่สามารถใช้ได้ ได้ที่นี่ 

ทำใบขับขี่ระหว่าง ประเทศ สามารถทำได้ที่ขนส่ง ที่คุณสะดวก ถ้าส่วนกลางสำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-5  ถ้าง่ายๆคือ กทม.ทำได้ที่ ขนส่งทางบกแถว BTS จตุจักรอาคารที่ 4

ถ้าส่วนภูมิภาค ให้ติดต่อ สำนักงานขนส่งจังหวัดทุกจังหวัด

ในเวลาราชการคือ 8.30น. - 15.30น.  ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ DLT

ใบขับขี่สากลซึ่งทำเสร็จได้ง่าย รวดเร็ว ใช้เวลาทำไม่เกิน 10 นาที ไม่ต้องรอคิวนาน เพราะคนทำไม่เยอะ ไม่เหมือนขอใบขับขี่ทั่วไป

 

ขั้นตอนการทำ ใบขออนุญาติสากล

1.กดบัตรคิว จะมีเจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำบริการ สอบถามกับเจ้าหน้าที่ได้  กดบัตรคิวแล้วรอเรียกคิว

2.เรียกคิวแล้ว  ยื่นเอกสาร กับเคาเตอร์  พร้อมทั้งเซ็นใบคำขอ  ใช้เวลาไม่กี่นาที  

3.นั่งรอเจ้าหน้าที่ทำบัตร ทำเรื่องให้

4.รับใบขับขี่สากลไปใช้งานได้เลย  

 

หรือถ้ากลัว  คิวนานจริงๆ  ก็สามารถจองก่อนล่วงหน้า  ก่อนไปทำ  ได้ที่แอพ DLT Smart Queue  ได้   

อย่าลืมศึกษากฎหมายจราจร ในประเทศนั้นๆที่เราขับขี่  เนื่องจากกฎหมายจราจรแต่ละประเทศแตกต่างกัน   หากไม่มีใบขับขี่จะถูกจับปรับ ลงโทษซึ่งไม่คุ้มแน่ๆ  ใครยังไม่ได้ไปทำ ก็เตรียมไปทำเตรียมพร้อมไว้ดีกว่า

สอบใบขับขี่ ปทุมธานี

สอบใบขับขี่ ปทุมธานี   ต้องมีการอบรมภาคทฤษฎีกับโรงเรียนของเราก่อน  5 ชม.  500 บาท  เมื่ออบรมเสร็จทางโรงเรียนจะออกใบประกาศว่าผ่านการอบรม  แล้วให้  และเพื่อนำไปสอบข้อเขียน และภาคทฤษฎีที่กรมขนส่งทางบกในขั้นตอนต่อไป  

ติดต่อได้ที่อยู่โรงเรียน :  เลขที่ 88 หมู่ 2ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จังหวัดปทุมธานี 12120. 

เบอร์โทร 0628977111

 

คุณสมบัติคือ
1.ผู้อบรมเพื่อสอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์ หรือมอเตอร์ไซค์ จะต้องอายุ 15 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
2.ผู้อบรมสำหรับเพื่อสอบใบขับขี่รถยนต์ทั่วไป จะต้องอายุ 18 ปีบริบูรณ์
3.ไม่เคยมีใบอนุญาติการขับรถ ได้รับสิทธิ์ในการขับขี่ หรือรับใบอนุญาติขับรถชั่วคราวได้
4.ทดสอบสมรรถภาพที่โรงเรียนเรื่องสายตา จะต้องไม่บอดสี การใช้สายตากะระยะ ต้องผ่าน การใช้สัมผัสเบรคเท้าต้องไว ในเกณฑ์ที่ผ่าน

เอกสารที่ต้องใช้ในการอบรมทฤษฎี
1.บัตรประชาชนทั้งตัวจริง และสำเนาบัตรประชาชน
2.รูปถ่ายหน้าตรง จำนวน 1 นิ้ว (ไม่มีอะไรปิดบังใบหน้า หรือต้องไม่ใส่หมวก ใส่แว่นตาสายตาได้ แต่ห้ามสีเข้ม) ใช้ 3 รูป ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน
3.ใบรับรองแพทย์ ไม่เกิน 1 เดือน

หัวข้อในการอบรมคือ มีการเก็งข้อสอบให้ เพื่อ ให้เข้าใจในการสอบมากขึ้น
1.กฎหมายเกี่ยวกับจราจร รถยนต์ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
2.การขับรถถูกวิธี ปลอดภัยบนท้องถนน
3.มารยาทต่างๆในการขับขี่
4.กรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉิน การช่วยเหลือ ปฐมพยาบาล

เมื่ออบรมครบหมดแล้ว โรงเรียนออกใบรับรองการอบรมให้เพื่อไป สอบทฤษฎีและปฏิบัติที่ขนส่ง

 

สอบใบขับขี่ ปทุมธานี

ที่อยู่ขนส่งปทุมธานี  84  ม.1  ต.บ้านฉาง อ.เมือง จ.ปทุมธานี 12000

ทําใบขับขี่กี่วัน

ทําใบขับขี่กี่วัน  รถสำหรับทำใบขับขี่ครั้งแรกนั้น  ใช้เวลาประมาณ 2 วันเท่านั้น ขั้นตอนมีดังนี้

จองคิวอบรมออนไลน์  เตรียมเอกสาร  เดินทางไปตามวันเวลา สถานที่ๆกำหนด ยื่นเอกสารประมาณ 8.00 น.

ทดสอบตาบอดสี เหมือนจำลองแป้นไฟจราจร ให้เรายืนมองแป้นไฟ แล้วเจ้าหน้าที่จะเปิดไฟ สุ่มๆกัน ให้เราบอกสี ทั้งหมด 9 ครั้ง  ถ้าเราบอกสีถูกหมด 9 ครั้งเราจะผ่าน  ถ้าผิดครั้งเดียวเราไม่ผ่าน

ทดสอบสมรรถภาพทางร่างกาย ทางสายตาทางลึก  โดยการที่จะให้เรานั่งห่างจากกล่องเหล็ก ประมาณ 5 เมตร  จะมีแท่ง วางอยู่ขนานกัน 2 แท่ง  โดยมีแท่งนึงสามารถขยับเลื่อนเข้าเลื่อนออกได้ตามที่เราบังคับ  โดยเจ้าหน้าที่จะให้ 1 แท่งดันออกไปไกลเรามากที่สุดแล้ว  ให้เราบังคับ  ให้  มาขนานกับแท่งที่ตั้งไว้  ถ้าเราทำได้ใกล้เคียงห่างไม่เกิน 1 นิ้วถือว่าผ่าน  ทดสอบ 2 ใน 3 ครั้ง  ถ้าผ่าน 2 ถือว่าฐานนี้ผ่าน

ทางกว้าง   โดยฐานนี้ให้เรานั่งตรง จมูกตรงล่างตรงกลาง มองไปข้างหน้าตามองตรง (ไม่ให้เหลือบตาไปด้านข้าง)  จะมีแสงสว่างขึ้นด้านใดด้านนึงให้เราบอกสีว่าเป็นสีอะไร ทดสอบเพียง 2/3 ครั้ง  ถ้าผ่าน 2 ครั้ง ถือว่าผ่าน

ปฏิกิริยาทางเท้า  ฐานนี้จะให้นั่งเหมือนขับรถจริงๆ  ให้เหยียบแป้นคันเร่งให้สุด จะมีสีเขียวขึ้นด้านหน้า  แล้วจะมีจังหวะที่มีสีแดงขึ้นให้เราเปลี่ยนเท้าไปเหยียบเบรค ถ้าเหยียบทัน 0.75 วินาที 2 ใน 3 ครั้งจะถือว่าผ่าน

ถ้าผ่านให้อบรมขั้นตอนต่อไป  ถ้าไม่ผ่านให้กลับบ้านไปแล้วมาทดสอบในวันรุ่งขึ้นได้

อบรมใบขับขี่ประมาณ 5 ชั่วโมง โดยการอบรมจะแบ่งเป็นสองภาค ภาคเช้าและบ่าย อบรมเกี่ยวกับป้ายจราจร สัญญาณจราจร ข้อความระวังปฏิบัติบนท้องถนน ภาพและคลิปการเกิดอุบัติเหตุ

อบรมเสร็จสอบทฤษฏีในวันนั้น  50 ข้อ  ต้องถูก 45 ข้อ หรือ 90%  สามารถไปเตรียมสอบดูได้ที่หน้าข้อสอบเก่าของเรา   ถ้าสอบผ่าน จะต้องเตรียมสอบภาคปฏิบัติพรุ่งนี้ ถ้าไม่ผ่านก็สามารถมาสอบทฤษฏีใหม่พรุ่งนี้ได้

มอเตอร์ไซด์สอบ 3 ท่าคือ ทรงตัวบนทางแคบ ,ขี่ซิกแซก ,ปฏิบัติตามป้ายสัญญาณจราจร

ส่วนรถยนต์จะสอบ 3 ท่า คือขับเดินหน้าและหยุดเทียบบนทางเท้า ,ขับเดินหน้า ถอยหลังในทางตรง ,และขับรถถอยหลังเข้าจอดในช่องว่างด้านซ้าย

ถ้าสอบผ่านให้เตรียมออกใบขับขี่ชั่วคราวได้ แต่ถ้าไม่ผ่านให้กลับมาสอบท่าที่ไม่ผ่านอย่างน้อย 3 วันทำการ

ใบขับขี่ชั่วคราวสามารถใช้ได้ 2 ปี ถ้าครบ 1 ปีสามารถมาเปลี่ยนทำใหม่เป็นแบบ 5 ปีได้

 

สรุปคือ  ทําใบขับขี่กี่วัน ทำใบขับขี่ครั้งแรกใช้เวลาเพียง 2 วันเท่านั้น  ท่านใดเป็นมือใหม่ในการขับรถ  หรือขับรถไม่คล่อง สามารถมาอบรมพร้อมสอบใบขับขี่ได้ที่โรงเรียนของเรา

 

สำหรับคนที่จะ ต่อใบขับขี่ 2 ปีไป 5 ปี  ใช้เวลาประมาณ 1-2 วัน

สำหรับคนที่จะ ต่อใบขับขี่ 5 ปีไปเป็น 5 ปี ใช้เวลาประมาณ 1 วัน

 

ทําใบขับขี่กี่วัน

dlt smart queue อบรม

ผ่านแอพลิเคชั่น dlt smart queue อบรม จองคิวต่อใบขับขี่ ทางระบบ IOS และ Android

 

เปิดโปรแกรม แล้วเลือก ไทยหรืออังกฤษ

เลือกเลขบัตรประชาชนหรือ เลขพาสปอร์ต ใส่เลขให้เรียบร้อย

แอพ dlt smart queue dlt smart queue จองคิว dlt smart queue pantip

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

กรอกชื่อ ,วันเกิด ,โทรศัพท์ ,อีเมลล์ ,ไลน์ กดลงทะเบียน
กรอก password ที่จะใช้งาน

เลือกสำนักงานขนส่งที่คุณสะดวกเข้าไปทำธุรกรรม

ระบบ dlt smart queue dlt smart queue ลืมรหัสผ่าน dlt smart queue อบรม

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อ่านรายละเอียด

เลือกงานทะเบียน ,งานใบอนุญาติ ,หรือตรวจสภาพรถ

เลือกรายการที่คุณต้องการ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

กำหนดวันที่ต่อใบขับขี่ ที่คุณสะดวก

เลือกวันที่ว่างแล้วกดเลือกเวลา กดยืนยันการจอง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หลังจากจองคิวเรียบร้อยแล้ว  ให้เตรียมเอกสาร  และเดินทางไปสำนักขนส่งที่คุณเลือกตามเวลาที่นัดหมาย

 

ถ้าท่านใด  ต้องการหนังสือรับรองการอบรม   สำหรับต่อใบขับขี่ อบรม 1 ชม. ท่านสามารถ  มาอบรมได้ที่ โรงเรียนสอนขับรถ ของเราได้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ทําใบขับขี่จักรยานยนต์

ทําใบขับขี่จักรยานยนต์ ปี 2564 เป็นสิ่งจำเป็นมีขั้นตอน คุณสมบัติต่างๆดังนี้

ทําใบขับขี่จักรยานยนต์ หรือใบขับขี่มอเตอร์ไซด์ เป็นเอกสารที่จำเป็น เพื่อใช้ในการขับรถรถจักรยานยนต์บนถนนได้ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งขั้นตอนไม่ใช่เรื่องยาก ซึ่งขั้นตอนการทำ คุณสมบัติ และต้องเตรียมอะไรบ้าง ใช้อะไรบ้างดูได้ดังนี้

 

ทําใบขับขี่จักรยานยนต์ คุณสมบัติของผู้ที่จะขอเอกสารมีดังนี้

 

1.อายุต้องถึงเกณฑ์ที่กำหนด  ซึ่งสามารถดูได้ดังนี้ว่ามีอายุเท่าไหร่
1.1.อายุของผู้ขอใบขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลซึ่งมีขนาดความจุกระบอกสูบรวมกันไม่เกิน 110 ซีซี และต้องอายุอย่างน้อย 15 บริบูรณ์ปีขึ้นไป
1.2.อายุผู้ขอใบขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว ต้องมีอายุอย่างน้อย 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
1.3.อายุผู้ขอใบขับขี่รถจักรยานยนต์สาธารณะ ต้องมีอายุอย่างน้อย 20 ปีบริบูรณ์

2.มีทักษะความสามารถในการขับรถจักรยานยนต์
3.มีความรู้ความจำได้ในเรื่อง ข้อบังคับการเดินรถที่ถูกต้องตามแบบฉบับของพระราชบัญญัติรถยนต์ และกฎหมายจราจรทางบก
4.ไม่เป็นผู้ที่พิการทางร่างกาย จนเล็งเห็นว่าไม่สามารถขับขี่รถจักรยานยนต์ได้อย่างปลอดภัย
5.ไม่มีโรคประจำตัว ที่ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม เล็งเห็นว่า อาจจะนำพาเป็นอันตรายขณะขับรถจักรยานยนต์บนท้องถนน
6.ไม่เป็นบุคคลิวิกลจริต เสียสติ หรือเกี่ยวกับจิตฟั่นเฟือน ซึ่งจะเป็นอันตราย
7.ไม่เป็นผู้ที่มีใบขับขี่ชนิดเดียวกันมาก่อนแล้ว
8.ไม่เป็นผู้ที่ ถูกเพิกถอนใบขับขี่บนท้องถนน หรืออยู่ระหว่างถูกยึดใบขับขี่

 

ทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง

1.บัตรประชาชนตัวจริง หรือหนังสือเดินทาง Passport ฉบับจริงสำหรับชาวต่างชาติ และพร้อมด้วยสำเนาเอกสาร เซ็นรับรองถูกต้อง
2.ใบรับรองทางการแพทย์ ซึ่งสามารถแสดงให้เห็นว่าบุคคลนี้ไม่มีโรคประจำตัวที่เป็นอันตรายในการขับขี่รถจักรยานยนต์ และไม่ได้เป็นผู้วิกลจริต สติฟั่นเฟือน ใบรับรองแพทย์จะต้องออกก่อนวันขอยื่นคำขอใบขับขี่ไม่เกิน 1 เดือนเท่านั้น

ขั้นตอนการขอรับใบขับขี่รถจักรยานยนต์

ทําใบขับขี่จักรยานยนต์ในการอบรมนั้นจะใช้เวลาประมาณ 5 ชม. สามารถจองการสอบอบรมได้กับทางโรงเรียนสอนขับรถไอไดรฟ์@รังสิต

โทร:

062-8977111

Line  : @idrive (มีแอดนำหน้า)

อีเมล: office.idrive@gmail.com

ที่อยู่ : 88 หมู่ 2 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 12120.

 

การทดสอบสมรรถภาพร่างกาย โดยทดสอบดังนี้

-ทดสอบการมองเห็นสี ที่ใช้มองเห็นในสัญญาณจราจร
-ทดสอบสายตาทางกว้าง ซึ่งเป็นมุมกว้างตั้งแต่ 75 องศา ทดสอบทั้งด้านซ้ายและขวา
-ทดสอบสายตาทางลึก ทดสอบการมองเห็น ในระยะ 2.50-3.50 เมตรว่าเห็นชัดเจน
-ทดสอบการตอบสนองเคลื่อนไหว ปฏิกิริยาเท้า การใช้เบรค เพื่อหยุดรถโดยเร็ว

การอบรม อบรม ประมาณ 5 ชม. โดยการอบรม จะเป็นเกี่ยวกับกฎหมายที่ควรทราบ เทคนิคการขับรถที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ข้อควรระวัง หน้าที่ของผู้ขับรถ เป็นต้น

การสอบข้อเขียน จะสอบผ่านระบบคอมพิวเตอร์ เกี่ยวกับกฎจราจร และป้ายจราจร มีจำนวน 50 ข้อปรนัย ช้อยให้เลือก มีการตัดเกณฑ์การตัดสินที่ 45 คะแนน คิดเป็น ร้อยละ 90 ของข้อสอบ ในกรณีที่สอบไม่ผ่านนั้น สามารถมาสอบใหม่ได้ในเวลาภายใน 90 วันหลังจากวันสอบ

 

การสอบภาคปฏิบัติ โดยผู้ขับขี่ มี 5 ท่าดังนี้

-1. ขับตามเครื่องหมายจราจร
-2. ขับทรงตัวบนทางแคบๆ ทรงตัวโดยขาอยู่บนเครื่องไม่ให้เท้าแตะพื้นประมาณ 10 วินาที
-3.ขับผ่านทางโค้งแคบๆ รูปคล้ายตัว Z
-4.ขับผ่านโค้ง รูปคล้ายตัว S
-5.ขับซิกแซกไปมา มีสิ่งกีดขวางวางไว้ให้ผ่านให้ได้

 

ทําใบขับขี่จักรยานยนต์ ชำระค่าธรรมเนียมและขอรับใบขับขี่ เมื่อมีการผ่านทั้งข้อสอบข้อเขียนและด้านปฏิบัติขับขี่แล้ว ให้มาชำระค่าธรรมเนียม ค่าคำขอ 5 บาท และ ค่าใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว 100 บาท รวม 105 บาท

 

ทําใบขับขี่จักรยานยนต์

การขอรับใบอนุญาตขับรถ อัพเดตล่าสุด ใบขับขี่ต้องใช้ใบรับรองแพทย์ประกอบในการขอรับใบอนุญาต

การขอรับใบอนุญาตขับรถ

การขอรับใบอนุญาตขับรถ  ตามกฎหมายการขนส่งทางบก ประกาศ ณ วันที่ 19 กพ.64  ว่า ต้องใช้ใบรับรองแพทย์  ตามแบบฟอร์ม ที่แพทย์สภากำหนด  พร้อมทั้ง ใบอนุญาตผู้ประจำรถ ที่ถูกต้องตามกฎหมาย  หลักเกณฑ์ของทางการขนส่งทางบก

การขอรับใบอนุญาตขับรถ

 

การขอรับใบอนุญาตขับรถ  นายจิรุตม์ วิศาลจิตร ตำแหน่ง อธิบดีกรมการขนส่งทางบก  ระบุว่า เพื่อให้เป็นกฎระเบียบเรียบร้อย และเพื่อความปลอดภัยในท้องถนน  กรมขนส่งทางบกเลยออกกฎระเบียบการขอรับใบอนุญาตขับรถ   ตั้งแต่  วันที่ 19 กพ.64 เป็นต้นไป บุคคลที่ต้องการขอรับใบอนุญาติขับรถ  ต้องใช้เอกสารใบรับรองแพทย์ ตามกฎหมายขนส่งทางบก เพื่อเป็นหลักฐานประกอบ ในการขอรับใบอนุญาติทางการขับรถ  สำหรับการขอใหม่

ส่วนในกรณี  ผู้ที่ไม่เคยได้รับใบอนุญาตในการขับรถ หรือในกรณีผู้ที่ไม่เคยได้รับใบอนุญาติประจำรถมาก่อน  ถ้าต้องการเปลี่ยนอายุและประเภท  สิ่งที่ต้องใช้คือใบรับรองแพทย์ที่เป็นไปตามขั้นตอนมาตรฐานแพทย์สภาที่มีระบุส่วนที่ขอรับรองสุขภาพตนเอง  และส่วนที่แพทย์ตรวจรับรองซึ่งทางการแพทย์จะต้องระบุด้วย ว่าบุคคลนั้นจะต้องไม่มีโรคผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ที่เป็นอันตรายร้ายแรง  และไม่มีโรคประจำตัว

การต่ออายุใบอนุญาตการขับรถ  เดิมจะไม่มีการกำหนดบังคับ ให้ใช้เอกสารทางการแพทย์  แต่ด้วยการวินิจฉัย  และการวิเคราะห์แล้วว่าเมื่อผู้ขับขี่อายุมากขึ้นจะส่งผลให้สุขภาพในการขับรถยนต์ แปรผันไปตามสุขภาพวัย ของผู้ขับขี่นั้นๆ วัยที่มากขึ้น อาจจะมี  โรคประจำตัว ทำให้ส่งผลให้การขับขี่  บกพร่อง จนสูญเสียการควบคุมในการขับรถ  เรื่องนี้จึงจำเป็นสำคัญในการ  ให้ผู้ขับขี่ เข้ารับการตรวจโดยแพทย์  และได้รับการรับรองในการทดสอบสมรรถภาพทางร่างการ  ที่สำคัญในการขับขี่รถยนต์บนถนน เมื่อผู้ขับรถมาสำนักงานขนส่ง  ประกอบด้วยการทดสอบหลากหลายประเภทเช่น การทดสอบทางสายตาทางลึก และทางกว้าง  การทดสอบการมองเห็นสีต่างๆว่าผิดปกติหรือไม่  การทดสอบทางปฏิกิริยา  โดยผู้ที่จะทำการขอรับใบอนุญาตขับรถ  นั้น สามารถแจ้งแพทย์ ว่า  ขอรับใบรับรองทางการแพทย์ในการขับขี่รถยนต์เพื่อสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ในการขอใบรับรอง  เพื่อนำไปใช้ แบบที่ถูกต้อง  ส่วนในอนาคต จะมีการวิเคราะห์และเฝ้าระวัง  ว่าบุคคล ที่เป็นโรคต้องห้าม หรือได้รับการตรวจที่ผิดปกติ แบบใด ที่ไม่สมควรได้รับ ใบขับขี่รถยนต์ โดยกรมขนส่งทางบกจะประสานงานกับสภาการแพทย์ต่อไป

ที่มาจาก  กรมการขนส่งทางบก

 

ผู้ประจํารถ หรือผู้ขับรถไม่มีใบอนุญาตขับรถ มีความผิดอย่างไร

คือ พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522  บัญญัติไว้ว่า  ผู้ใดขับรถโดยไม่ได้รับใบอนุญาตขับรถที่ถูกต้องตามกฎหมาย  จะต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือนหรือปรับไม่เกิน 1 พัน บาท หรือทั้งจำและทั้งปรับ

กรณีรถยนต์สาธารณะไม่มีใบอนุญาต จะมีความผิดตามมาตรา 56 ประกอบมาตรา 60 คือ ปรับไม่เกิน 2 พันบาท

พระราชบัญญัติการขนส่งทางบกพ.ศ. 2522 มีการกำหนดระบุโทษไว้ตามมาตรา 151  ผู้ขับขี่ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา  93 วรรค 1  ให้ถูกปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท แต่ถ้าฝ่าฝืนผู้ปฏิบัติหน้าที่ขับรถหรือตำรวจจราจร จะต้องจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือ ไม่เช่นนั้นให้ปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำ และ ทั้งปรับ

ใบขับขี่ ท.2 ขับรถอะไรได้บ้าง

ใบขับขี่ ท.2 ขับรถอะไรได้บ้าง

สอบใบขับขี่ท2ใบขับขี่  ท.2 ขับรถอะไรได้บ้าง

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจกับคำว่า "ประเภทของใบอนุญาต" และ "ชนิดของใบอนุญาต" ก่อน

ชนิดของใบอนุญาต

ชนิดที่ 1 สำหรับรถที่มีน้ำหนักรถและน้ำหนักบรรทุกรวมกันไม่เกิน 3500 กิโลกรัม หรือ รถขนส่งผู้โดยสารไม่เกิน 20 คน เช่น รถตู้ รถบรรทุก 4 ล้อ 6 ล้อ รถแท็กซี่ เป็นต้น

ชนิดที่ 2 สำหรับรถที่มีน้ำหนักรถและน้ำหนักบรรทุกรวมกันเกิน 3500 กิโลกรัม หรือ รถขนส่งผู้โดยสารเกินกว่า 20 คน เช่น รถบรรทุก 10 ล้อ รถทัวร์ รถโดยสารขนาดใหญ่

ชนิดที่ 2 สามารถใช้แทนชนิดที่ 1 ได้ นั่นจึงหมายถึงว่า ชนิดที่ 2 สามารถใช้ขับรถประเภท 1 ได้ด้วย

ประเภทของใบอนุญาต แยกเป็น 2 ประเภทคือ  ประเภทส่วนบุคคล ตัวย่อบนบัตร "บ"  และ ประเภททุกประเภท ตัวย่อบนบัตร "ท"

"บ" ประเภทส่วนบุคคล สามารถใช้ขับรถประเภทส่วนบุคคล รถบริษัท โดยมากจะเป็นป้ายทะเบียนพื้นสีขาว

"ท" ประเภททุกประเภท สามารถใช้ขับรถประเภทส่วนบุคคลและสาธารณะ ทั้งป้ายพื้นขาว และ พื้นเหลือง

ดังนั้น  ใบขับขี่ ท.2 ขับรถอะไรได้บ้าง  ท.2 จึงหมายถึง ใบอนุญาตที่สามารถขับรถได้ ทุกประเภท ทั้งส่วนบุคคลและสาธารณะ ใช้แทน ใบขับขี่รถยนต์ ได้ด้วย ส่วนตัวรถก็เป็นรถที่สามารถบรรทุกน้ำหนัก ได้มากกว่า 3500 กิโลกรัม หรือ น้อยกว่า และบรรทุกคน ได้มากกว่า 20 คน หรือน้อยกว่า เช่น รถแท็กซี่ รถตู้ รถยนต์ รถบรรทุก 6 ล้อ รถบรรทุก 10 ล้อ และอื่นๆยกเว้น รถลากจูง รถจักรยานยนต์ รถสามล้อ

สำหรับผู้ที่ขอใบขับขี่ ท2 จะต้องสอบใบขับขี่บ.2 ก่อน แต่ผู้ที่ขอ ใบขับขี่ท2 จะต้องเคยมีใบขับขี่รถยนต์ มาก่อน หากไม่เคยมีใบขับขี่รถยนต์มาก่อน จะต้องเรียนด้วยหลักสูตรการ สอนขับรถ ที่ใช้เพื่อการขนส่งทางบก หรือ สอนขับรถบรรทุกจำนวน 41 ชั่วโมง สำหรับผู้ที่มีใบอนุญาตขับรถยนต์มาแล้ว จะเรียนแค่หลักสูตรการ สอนขับรถ ที่ใช้เพื่อการขนส่งทางบก หรือ สอนขับรถบรรทุกจำนวน 30 ชั่วโมง โดยไม่จำเป็นต้องเรียนวิชาพื้นฐานการขับรถยนต์ เมื่อเรียนขับรถบรรทุก ที่โรงเรียนสอนขับรถ ทางโรงเรียนจะออกใบรับรอง เมื่อไปทำการยืนที่ขนส่ง ทางขนส่งจะออกจดหมายไปยังสำนักงาน หลังจากนั้นจะต้องไปทำการตรวจประวัติอาชญากรรม ที่กองพิสูจน์หลักฐาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และเมื่อได้รับหนังสือตรวจประวัติให้ไปทำการเปลี่ยนใบขับขี่บ.2 เป็น ใบขับขี่ท.2 ก็จะสามารถ ขับรถสาธารณะได้ โดยผู้ขอใบอนุญาต จะต้องมี คุณสมบัติ ดังนี้ คือจะต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 22 ปีบริบูรณ์ และต้องไม่มีคุณสมบัติหรือ ลักษณะต้องห้ามตามมาตรา46  "เป็นผู้ที่ไม่เคยเป็นผู้ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดตามพระราชบัญญัติรถยนต์ หรือความผิดเกี่ยวกับความสงบสุขของประชาชน ความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิดภยันตรายต่อประชาชน ความผิดเกี่ยวกับเงินตรา ความผิดเกี่ยวกับเพศ ความผิดต่อชีวิตความผิดต่อร่างกาย ความผิดต่อเสรีภาพความผิดฐานยักยอก ความผิดฐานรับของโจร และ ความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา หรือความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษ ตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ หรือโดยคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้ กระทำโดยประมาทหรือ ความผิดลหุโทษ หรือพ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี" (ชาวต่างชาติจะไม่สามารถทำใบขับขี่ท.2 ได้ จะทำใบขับขี่รถบรรทุก บ.2 ได้เท่านั้น)

เมื่อผู้ที่ต้องการทำใบขับขี่รถบรรทุก ท.2 ได้ทำเรื่องขอตรวจประวัติอาชญากรแล้ว จะต้องทำการรอผลการ ตรวจสอบประวัติอาชญากรประมาณ 30-45วัน เมื่อได้รับผลการตรวจสอบประวัติและปรากฎว่าไม่พบประวัติอาชญากรรม ก็ไปติดต่อที่สำนักงานขนส่งที่ยื่นเรื่องไว้ และไปทำเรื่องชำระเงินค่าธรรมเนียมการทำบัตร และนำใบเสร็จรับเงิน ไปพิมพ์ใบอนุญาตขับรถ ที่ช่องทำบัตร หลังจากนั้นก็ทำการถ่ายรูป และรับใบขับขี่ท.2 ได้เลย

 

 

สอบใบขับขี่รถ ท4

สอบใบขับขี่รถ ท4 สำหรับการขับรถบรรทุกวัตถุอันตราย

ผู้ขับรถบรรทุกวัตถุอันตรายทุกรายต้องมี ใบขับขี่รถ ท4 หรือเรียกแบบเป็นทางการว่าใบอนุญาตขับ รถชนิดที่ 4  เท่านั้น คือ ใบอนุญาตขับรถที่ใช้ขนส่งวัตถุอันตราย  ผู้ขับขี่รถบรรทุกวัตถุอันตรายที่ไม่มีใบขับขี่รถ ท4  จะมีความผิดต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน 2 ปีหรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือ ทั้งจําทั้งปรับ นอกจากนี้ผู้ประกอบการจะต้องรับผิดชอบค่าเสียหายที่เกิดขึ้นหากเกิดอุบัติเหตุด้วย

สำหรับผู้ที่ต้องการขอ สอบใบขับขี่รถ ท4 จะต้องทำอะไรบ้าง มีเงื่อนไข ดังนี้

  1. ผู้ขอรับใบขับขี่รถท4 จะต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปี
  2. ต้องมีการ ทำใบขับขี่รถท3 หรือ สอบใบขับขี่ท3 (รถที่ใช้สําหรับลากจูงรถอื่น หรือล้อเลื่อนที่บรรทุกสิ่งของชนิดที่ 3) มาก่อนแล้ว
  3. ต้องมีการตรวจสอบประวัติอาชญากร และจะต้องไม่มีโทษจําคุก หรือหากมีจะต้องพ้นโทษมาแล้วเกิน 3 ปี
  4. ต้องผ่านการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย
  5. ผ่านการอบรมจํานวน 6 ชั่วโมง โดยมีเนื้อหาการอบรมได้แก่ ความรู้เกี่ยวกับวัตถุอันตรายที่ UN กําหนดไว้

นอกจากนี้ ผู้ขอรับใบขับขี่ ท4 จะต้องสอบข้อเขียน วิชาความรู้ เกี่ยวกับวัตถุอันตราย จำนวน 30 ข้อ ผู้รับการทดสอบ จะต้องทำคะแนนเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 60% จึงจะถือว่าผ่านการสอบ โดยเนื้อหาที่ออกข้อสอบ หลักๆจะเป็นเรื่องของป้ายและสัญญลักษณ์ ต้องเข้าใจในเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ เกี่ยวกับวัตถุอันตราย ชนิดต่างๆ และต้องเข้าใจหลักการบรรทุกวัตถุอันตราย เมื่อสอบผ่านแล้วจะได้รับใบอนุญาต ท 4 โดยใบอนุญาตขับรถหรือ ใบขับขี่จะมีอายุ 3 ปี

ตัวอย่าง ป้ายสัญญลักษณ์ที่มักออกสอบ ท4 ที่นักเรียนจะต้องเข้าใจความหมาย (ติดตามในบทความต่อไป จะมาอัพเดทข้อสอบกัน)

ข้อสอบ ท 4 ป้ายต่างๆ