ขั้นตอนการตรวจสภาพรถ

ขั้นตอนการตรวจสภาพรถ การที่เราเดินทางไกลๆ หรือเดินทางหลายๆวัน เมื่อมีเวลาว่างกลับมาบ้านต้องเช็คสุขภาพรถยนต์ เพื่อบำรุงรักษาให้ใช้งานได้นาน และป้องกันการสึกหรอเสียหาย สิ่งที่ต้องตรวจสอบมีดังนี้

ขั้นตอนการตรวจสภาพรถ

ขั้นตอนการตรวจสภาพรถ มีดังนี้

น้ำมันเครื่อง

ดึงก้านวัดออกเพื่อตรวจสอบ ดูระดับน้ำมันว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติหรือไม่ ดูระดับ min ว่าลงไปต่ำกว่า min ไหม และดูว่าน้ำมันเครื่องรั่วซึมจุดไหนไหม ดูสีของน้ำมันว่าสีดำมากไหม เศษเขม่าปนเปื้อนเยอะไหม หากมีอะไรผิดปกติก็ควรได้เวลาเปลี่ยนน้ำมันเครื่องใหม่

 

น้ำมันหล่อเย็น
เป็นระบบที่ต้องเช็คบ่อยๆ วิธีเช็คให้ดูระบบที่น้ำยาหล่อเย็น จะมีเขียนระดับ Max กับ Min ดูว่าถ้า อยู่สูงกว่า Max แสดงว่าเราเติมจนเกือบจะล้น และจะทำให้น้ำที่เวลาขับรถมันร้อนแล้วล้นออกมา ทำให้ส่งผลเสียต่อเครื่องยนต์ แต่ถ้าน้อยกว่า Min หมายถึงน้อยเกินไป ทำให้เครื่องยนต์ร้อนเกินไป ฮีต ให้เติมน้ำน้ำมันหล่อเย็นเข้าไปเพิ่ม จน เกือบๆถึงขีด Max

 

ไส้กรองอากาศ
ไส้กรองอากาศมีหน้าที่ จับฝุ่น สิ่งแปลกปลอมไม่ให้เข้าไปเครื่องยนต์ การเช็คไส้กรองว่ามีสิ่งสกปรกเกาะอยู่ไหม ถ้ามีไม่มากก็ควรเป่าออก แต่ถ้าดูเยอะเกินไป ก็ควรเปลี่ยนไส้กรองอากาศใหม่ ถ้าในคู่มือจะระบุให้เปลี่ยนเมื่อทุกๆ 20,000 กม.

 

โช้ค
ทำการเช็คช่วงล่าง และการสั่นสะเทือน เวลาขับรถแล้วรถมี ปฏิกิริยาเหมือนรถร่อนไหม เมื่อขับรถเร็ว ถ้ามีแสดงว่าโช้ค อาจจะได้รับความเสียหาย ถ้าดูมี อาการยืด หดช้า โครงอาจจะผิดปกติ เบรคแล้วหน้าทิ่มผิดปกติ บางทีอาจจะมีอาการนิ่มผิดปกติ ก็แปลก รถจะรับสั่งสะเทือนได้ไม่ดี โช้คอาจจะทำงานผิด

 

ลูกหมาก ลูกปืนล้อ
ลูกปืนล้อที่ดีจะมีหน้าที่ทำให้ล้อรถยนต์หมุนได้อย่างเรียบง่าย ถ้าลูกปืนล้อมีอาการแตก หรือหลุดออกมา เสี่ยงการเบรค หรือเลี้ยวไม่ได้ ประสิทธิภาพ ให้เกิดอุบัติเหตุได้เช็คโดยการขับ รู้สึกว่าใช้ระยะหมุนเลี้ยวมากกว่า ที่เคยทำ แล้วเวลาตกหลุม หรือรถเอียงตอนเลี้ยว จะมี เสียงดัง ถ้าจะเช็คให้ชัวร์ ควร โยกล้อ ใช้แม่แรงยกล้อ ตอนแรกโยกตำแหน่ง 9 กับ 15 ของนาฬิกา โยกซ้ายขวา เพื่อฟังเสียงลูกปืน กับ โยกตำแหน่ง 12 กับ 18 นาฬิกา โยกบนล่าง เพื่อฟังเสียงว่าแตกต่างจากครั้งแรกไหม ถ้าผิดปกติอาจจะแตกได้ ลองหมุนล้อดูว่ามีเสียงไหม ถ้าเช็คเบื้องต้นแล้ว มีอาการ ก็ควรถอดออกมาดูเพื่อเช็คให้แน่ใจ

 

ตัวถัง
เช็คว่ามีสิ่งแปลกปลอมมาติดไหม หรือดำเยอะไหม เพื่อทำความสะอาด และเช็คมีบุบ หรือร่องรอยไหม

 

ลมยาง ยาง
เช็คลมยาก ไม่อ่อนหรือแข็งจนเกินไป การที่เติมลมยางมากไป จะช่วยประหยัดน้ำมันเล็กน้อย แต่ดอกยากสึกได้ง่าย ควบคุมตัวยาก แต่ถ้าเติมน้อยเกินไป ขับจะรู้สึกนุ่มนิ่ม แต่ยางสึกหรอได้ง่าย เปลืองเชื้อเพลิง ทรงตัวไม่ดี วิธีสังเกตุการเติมลม ถ้าดูพวงมาลัยรู้สึกหนักไป ให้อ่อนลมยาง ถ้ารู้สึกแข็งเกินไปให้เติมลมยาง

 

ดอกยาง
ดูว่าดอกยางสึกเกินไปไหม มีส่วนสำคัญสำหรับยึดเกาะพื้นผิวถนนรถ ไม่ให้ลื่น และเบรคได้มีประสิทธิภาพ ดอกยางที่ดีจะต้องมีล่องความลึกอย่างต่ำ 3 มม. ถ้าดอกสึกจนเกือบโล้น ก็ควรจะเปลี่ยน

 

แบตเตอรี่
เช็คโดยใช้เครื่องมือวัดโวลต์ของแบต ว่าหมด หรือเสื่อมหรือไม่ วิธีการเช็ค ให้จอดรถแล้วดับเครื่อง หรือหลังจากจอด รถ 5 ชม. ค่ามิเตอร์จะอยู่ประมาณ 12-12.8 ถ้าไม่ได้อยู่ช่วงนี้อาจจะเสื่อม

 

เช็คไฟส่องสว่างปกติไหม
ไฟทุกส่วนต้องส่องสว่าง ไฟหน้า ไฟสูง ,ไฟท้าย ,ไฟเลี้ยวซ้าย ,ไฟเลี้ยวขวา ,ไฟเบรค ต้องส่องปกติ

 

การขับรถ มีขั้นตอนรายละเอียด  นักเรียนต้องฝึกหัดขับรถ  สามารถมาเรียนขับรถ ได้ที่โรงเรียน  มีครูสอนคอยดูแลที่เป็นมาตรฐาน  พร้อมสนามฝึกซ้อม

 

เครดิต
https://www.sowheel.asia/วิธีตรวจเช็คสภาพรถยนต์/
https://unitedhonda.com/blog/6-วิธีเช็คสภาพรถ-หลังกลับจากเดินทางไกล
https://auto.mthai.com/

 

Posted in เรื่องน่ารู้.