ความเร็วรถ :ใหม่ล่าสุด ตามกฎกระทรวง ในการกำหนด สำหรับถนนทางหลวง

ความเร็วรถ

การกำหนด ความเร็วรถ ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีการวิเคราะห์ สถิติ และเหตุการณ์ในอดีต เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบ ลดข้อผิดพลาด และมีประสิทธิภาพที่สุดในการขับขี่ และความเป็นอยู่ประชาชน จึงมีการอนุมัตินโยบายใหม่ รถยนต์ทุกประเภท สำหรับถนนจราจรที่มีตั้งแต่4ช่องขึ้นไป จากเดิมความเร็วตั้งแต่ 90 กม./ชม. ไปเป็นความเร็วไม่เกิน 120 กม./ชม.

กฎกระทรวงบังคับความเร็วรถแก่ทางหลวง หรือทางหลวงชนบท สำหรับที่มีทางเดินรถเท่านั้น สำหรับถนนที่มีช่องเดินรถทิศทางเดียวกัน 2 ช่องขึ้นไป และมีเกาะกลางถนนแบบกำแพง อีกทั้งและไม่มีจุดกลับรถเสมอระดับถนน

1.รถจักรยานยนต์ ใช้ความเร็วได้ไม่เกิน 80กม./ชม.
2.รถจักรยานยนต์ 35 กิโลวัตต์ขึ้นไป หรือ400cc ขึ้นไป ให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 110 กม./ชม.

3.รถยนต์ รถเก๋ง ความเร็วไม่เกิน 80 กม. /ชม. แต่ถ้าแล่นทางขวาสุด ให้ใช้ความเร็วได้ไม่เกิน 100 กม./ชม. ยกเว้นแต่ช่องนั้นมีสิ่งกีดขวาง จราจรติดขัดหรือเหตุขัดข้องอื่นๆ

4.รถบรรทุก ที่น้ำหนักรวมกันเกิน 2,200 กก. และ รถโดยสารที่คนนั่งเกิน 15 คน ความเร็วได้ไม่เกิน 90 กม. /ชม.

5.รถโดยสาร ที่มีที่นั่ง 7 คนขึ้นไปแต่ไม่เกิน 15 คน ใช้ความเร็วได้ไม่เกิน100กม./ชม.

6.รถยนต์สี่ล้อเล็ก รถสามล้อ รถชักจูง สามารถใช้ความเร็วได้ไม่เกิน 65 กม./ชม.

7.รถโรงเรียน (รับส่งนักเรียน) มีข้อกำหนดคือ ใช้ความเร็วได้ไม่เกิน 80กม./ชม.

การขับรถต้องขับตามเครื่องหมายจราจร และเขตที่กำหนดตามสมควร ซึ่งบางที่ก็ต้องใช้ความเร็ว ตามจราจรกำหนดซึ่งบางที่อาจจะต่ำกว่าอัตราที่กำหนดไว้  และต้องทำตามกฎหมายจราจร   ให้ถูกต้อง   ซึ่งถ้าคุณเตรียมสอบใบขับขี่ ส่วนนี้จะต้องจำ นี่เป็นส่วนนึง  ของ  กฎจราจรสอบใบขับขี่  

 

 

วิธีขับมอเตอร์ไซค์

วิธีขับมอเตอร์ไซค์  ใส่กุญแจ กดปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ (วิธีปิด บิดสวิทส์กุญแจไปที่ตำแหน่ง off) มือจับที่กลางแฮน ให้แน่น ข้อมืออยู่แนวเดียวกับแขน แขนเป็นธรรมชาติ ไม่เกร็ง เข่าไม่กาง หนีบพอดีๆ เท้าวางที่พักเท้า ชี้ไปด้านหน้าวางอยู่บนคันเกียร์ กับแป้นเบรค สายตามองตรง มองเป็นมุมกว้างที่สุด นั่งที่เบาะ ขาข้างนึงวางที่พักเท้า อีกข้าง พยุงไว้บนพื้น สตาร์ทเครื่องยนต์ มือซ้ายบิดคันคลัทช์ มาทางด้านหลังจนสุด ใช้เท้าขยับไปเพื่อปรับเป็นเกียร์ 1 ก่อนออกรถหันมองงรถด้านหลังผ่านไหล่ว่ามีรถอื่นวิ่งมาไหม เปิดไฟเลี้ยว น้ำหนัตัวไปที่เท้าซ้าย ส่วนเท้าขวาวางไว้คันเบรคด้านหลัง บิดคันเร่งอย่างช้าๆ แล้วค่อยๆปล่อยคันคลัทช์ ช้าๆ มือยังจับคันครัชอยู่เพื่อความปลอดภัย ปิดไฟเลี้ยวเมื่อออกตัวระยะนึงแล้ว เมื่ออกตัวแล้ว และถนนโล่ง ค่อยๆบิดคันเร่งเพิ่ม ปล่อยคันคลัทช์ จนสุด

ขั้นตอนการหยุดรถมอไซด์ ให้เช็คโดยดูกระจกด้านซ้าย ว่าไม่มีรถตามหลังมา แล้วเปิดไฟเลี้ยวซ้าย เพื่อเป็นสัญญาณจะเข้าทางซ้ายเพื่อจอด มองไปด้านหลังซ้ายว่าไม่มีรถหรือคน ตามหลังมาค่อยขับไปทางซ้าย แล้วค่อยๆขับไปทางด้านซ้าย แล้วค่อยๆผ่อนคันเร่ง เบรคมือจนสุด และเบรคเท้าเบาๆ และบีบคลัทช์ จนสุด เปลี่ยนเกียร์ ไปที่เกียร์ 1 หรือเกียร์ว่าง

การเปลี่ยนเกียร์ต้องค่อยๆเปลี่ยน เพื่อไม่ให้กระตุก หรือเร็วเกินไป เบาคันเร่ง แล้วบีบคัรชจนสุดแล้วค่อยเปลี่ยนเกียร์โดยใช้ปลายเท้าซ้าย งัดเบรค ปล่อยคันครัช และ ค่อยๆเร่งเครื่องยนต์

เบรคหน้ามอไซค์ สำคัญที่สุดในการหยุดรถ ในระยะสั้น ควรใช้เบรคหน้า 60/40 บีบคลัทช์ ค่อยๆลดเกียร์แล้วปล่อยคลัทช์ เมื่อรถใกล้หยุดค่อยบีบคลัทช์ แล้วเอาเท้าซ้ายลงพื้น(กันเครื่องดับ) การใช้เบรคหลังเพียงอย่างเดียว อาจจะทำให้ล้อล็อคลื่นได้

มีเทคนิคที่บางคนไม่ทราบ คือคันเร่งช่วยควบคุมรถได้ เรื่องนี้ต้องสำหรับผู้ที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ระดับนึงจะทราบ เป็นเรื่องยากในการอธิบายให้เข้าใจ ขึ้นอยู่กับสภาพถนนกับสภาพอากาศขณะนั้นด้วย

การเลี้ยวให้เปิดไฟเลี้ยว ค่อยกระตุกแฮนด์เล็กน้อยไปด้านตรงข้ามที่จะเลี้ยว เพื่อให้รถมอเตอร์ไซด์เอียงไปทิศที่คุณต้องการ ใช้การทรงตัวและความสมดุล ปล่อยตัวเอียงไปตามรถ ไม่ต้องเกร็ง

ก่อนการขับขี่ลงบนท้องถนนควรฝึกขับขี่ให้คล่อง และศึกษากฎจราจร และมีใบขับขี่ก่อน   ถ้าท่านไหนขับไม่คล่อง  ขับไม่เป็นไม่เคยขับยังไม่กล้าขับสามารถ ติดต่อที่โรงเรียนสอนขับรถ ของเราได้  ทางเรามีครูมืออาชีพช่วยในการฝึกฝนหัดขับ  มีสนามและรถจักรยานยนพร้อมให้ลองขับ

 

 

 

 

กฎหมายจราจรเบื้องต้น

กฎหมายจราจรเบื้องต้น เป็นกฎหมายเพื่อให้ผู้ใช้ถนนหรือผู้ขับขี่ได้ปฏิบัติเพื่อสงวนไว้ซึ่งทรัพย์สินอีกทั้งและเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม ไม่ให้ล่วงละเมิดต่อบุคคลอื่น ถ้าทุกคนปฏิบัติตามกฎหมายจราจร รถทุกคันบนถนนจะเป็นระเบียบเรียบร้อย ซึ่งเป็นไปตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก

 

กฎหมายจราจรเบื้องต้น

1.รถทุกคน คนเดินถนน จะต้องปฏิบัติตามสัญญาณ

ซึ่งไม่เฉพาะสัญญาณไฟเท่านั้นมีทั้ง ธง ,ไฟ ,มือ ,ใช้แขน ,เสียง นกหวีด ,หรือด้วยวิธีอื่น จะต้องปฏิบตัตามสัญญาณนั้นๆให้ถูกต้อง มิเช่นนั้นจะถือว่าทำผิดกฎหมาย

 

2.รถทุกคันต้องคาดเข็มขัดนิรภัย

ซึ่งส่วนนี้มีการละเมิดอยู่บ่อยๆ ส่วนที่จำเป็นต้องคาดคือผู้ขับขี่ และผู้นั่งข้างคนขับ แต่รถรุ่นใหม่ๆจะมีระบบเตือนเรื่องการคาดเข็มขัดแล้ว ซึ่งเรื่องนี้สำคัญมากเวลาเกิดอุบัติเหตุ ตัวเราอาจจะไปกระแทกกับด้านหน้ารถถึงขั้นทะลุออกนอกกระจกออกมาได้ ซึ่งกฎหมายได้ระบุบังคับใช้ทั้งรถเก๋ง ,รถกระบะ ,แท็กซี่ ,รถตู้ ฯลฯ หากฝ่าฝืนการคาดเข็มขัดนิรภัยจะมีโทษคือ ปรับไม่เกิน 500 บาท

 

3.การขับรถเร็วเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด

ข้อนี้สำคัญมากซึ่งเป็นข้อสำคัญ ที่คนมักละเลยกฎ ซึ่งถึงแม้จะมีกล้องตรวจจับความเร็ว แต่ก็ไม่ได้ติดทุกจุด คนที่รู้ว่ากล้องอยู่ตรงไหนก็หลีกเลี่ยง กฎหมายที่กำหนดคือ รถยนต์และมอเตอร์ไซด์  คลิกดู อัตราความเร็วรถ  ซึ่งมีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท

 

4.สภาพรถและแผ่นป้ายทะเบียนรถจะต้องมีสภาพดี

รถจะต้องมีสภาพมั่นคงแข็งแรง ถ้ารถสภาพไม่ดีอาจจะนำพาให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพของผู้ใช้ คนนั่งรถ หรือประชาชนเดินรถบนท้องถนน ซึ่งถ้าฝ่าฝืนข้อนี้อาจจะมีความผิดโทษปรับไม่เกิน 500 บาท
รถทุกคันจะต้องติดป้ายทะเบียน หรือป้ายประจำรถยนต์ ผู้ใบฝ่าฝืนปรับ ไม่เกิน 1,000 บาท

 

5.การเลี้ยวรถต้องเปิดไฟเลี้ยว

เลี้ยวซ้ายหรือขวา จะต้องเปิดสัญญาณไฟเลี้ยวเพื่อให้รถคันหลังรู้ว่ารถคุณจะเดินทางไปทิศทางไหน เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการขับขี่ ลดอุบัติเหตุ ให้เปิดไฟเลี้ยวประมาณ 60 เมตร ก่อนถึงทางเลี้ยว หากฝ่าฝืนข้อนี้มีโทษปรับไม่เกิน 500 บาท

 

6.ต้องมีใบอนุญาติการขับรถยนต์หรือใบขับขี่

ต้องมีใบขับขี่ในการขับรถ ซึ่งต้องตรงตามคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งถ้าฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท

 

7.ห้ามไม่ให้หยุดรถในเขตห้ามหยุด

เพื่อไม่ให้ขัดขวางการจราจร เป็นเหตุให้รถคันอื่นเข้าออกไม่ได้ ซึ่งถ้าผิดถูกปรับ ไม่เกิน 500 บาท

 

8.ผู้ขับรถจักรยานยนต์ และผู้โดยสารนั่งรถจักรยานยนต์สวมหมวกนิรภัย

ต้องสวมหมวกนิรภัยหรือหมวกกันน็อคเพื่อป้องกันอันตราย ผู้ใดฝ่าฝืนปรับไม่เกิน 500 บาท

 

9.ห้ามมิให้ขับรถยนต์ช้าแช่ด้านขวา

เพื่อให้ผู้ที่ขับด้านหลังรถที่เร็วกว่าแซงขึ้นไปทางด้านขวาได้ โดยผู้ที่ขับช้าแช่ขวาจะมีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 1,000 บาท และอาจจะมีความผิดในข้อหาขับรถกีดขวางจราจรอีก 1,000 บาทได้

 

10. ห้ามไม่ให้เสพยาบ้า ขณะขับขี่รถยนต์ รถมอเตอร์ไซด์

ผู้ที่ฝ่าฝืนจะต้องโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับ 5,000-20,000 บาท หรือทั้งจำและปรับ และศาลเพิกถอนใบอนุญาติขับขี่

 

11.ห้ามแข่งรถยนต์และมอเตอร์ไซด์บนทางถนน

เว้นแต่ได้รับหนังสือจากเจ้าหน้าที่จราจร ผู้ใดทำผิดต้องจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับตั้งแต่ 2,000-10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจจะถูกพักหรือเพิกถอนใบอนุญาติขับขี่รถ

 

12.การจอดรถยนต์ในที่ห้ามจอด

ซึ่งการจอดรถ จะต้องเป็นไปตามที่ๆกำหนด ถ้ามีป้ายห้ามจอด หรือเขตที่มีเส้นขาวแดง ถ้าจอดจะมีโทษปรับไม่เกิน500 บาท ตามกฎหมายจราจรเบื้องต้น

 

13.ถ้าเห็นคนข้ามถนนทางม้าลายจะต้องหยุดรถ

ซึ่งหากไม่หยุดจะมีโทษปรับสูงสุด 1,000 บาท

14.เปิดไฟตัดหมอกในสถานการณ์ไม่จำเป็น

มีโทษปรับสูงสุด 2,000 บาท สามารถใช้ได้ในกรณียามจำเป็นเท่านั้นเช่นช่วงฝนตก หรือขึ้นภูเขาหน้าหนาวเป็นต้น

 

 

กฎหมายจราจรเบื้องต้น

วิธีถอยรถเข้าซอง สอบใบขับขี่

วิธีถอยรถเข้าซอง สอบใบขับขี่ ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่มือเก่าย่อมชอบการจอดรถที่ในที่จอดโล่งๆมากกว่า แต่การเดินทางในแต่ละสถานที่เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ บางที่โล่ง บางที่แคบซึ่ง การถอยรถจอดในที่แคบเข้าซองเป็นปัญหาสำหรับมือใหม่ที่ให้ปวดหัวเป็นอย่างมาก  ทาง รร สอนขับรถ ของเรามีเทคนิคง่ายๆ ในแต่ละขั้นตอนที่ดูรูป  หรือดูคลิปแล้วเพื่อไปฝึกและนำไปใช้งานได้ง่ายๆ เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการสอบใบขับขี่ของคุณ

วิธีถอยรถเข้าซอง สอบใบขับขี่ ท่าถอย 45

วิธีถอยรถเข้าซอง สอบใบขับขี่

ระวังรถตามหลัง ให้สัญญาณไฟ

วิธีถอยรถ

ให้รถห่างจากคันด้านข้าง 2 ฟุต

ถอยรถ

หมุนพวงมาลัยซ้ายสุด

เก่ง ถอยรถ

ถอยรถและมองกระจกด้านขวาจนกระทั่งเห็นเสาในหรือไฟหน้าซ้ายของรถคันหลัง

ถอยรถ เข้าซอง

มุมจะ 45 พอดี

เทคนิค ถอยรถ

หมุนพวงมาลัยให้ล้อตรง จากนั้นถอยรถจนกระทั่งกระจกหน้าซ้ายตรงกับไฟท้ายด้านขวาของรถคันหน้า

ระยะที่จอดรถ

หมุนพวงมาลัยทางขวาและถอยรถจนกระทั่งตัวรถขนานกับฟุตบาต

ทำที่จอดรถ

จากนั้นก็คืนพวงมาลัยให้ล้อตรง

วิธีจอดรถ

เท่านี้เราก็ถอย 45 เข้าจอดได้เรียบร้อย

เทคนิคจอดรถ

นำรถออกให้ถอยหลังมีพื้นที่ด้านหน้า เหลือเพียงพอที่จะหมุนพวงมาลัยให้หน้ารถพ้นค้นหน้า

วิธีจอดรถ ญี่ปุ่น

ให้สัญญาณไฟเลี้ยว

วิธีจอดรถ เกาหลี

เมื่อปลอดภัยแล้วจึงเคลื่อนรถออก

เทคนิค จอดรถ ไทย

นำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน

สอนเข้าท่าสอบ ท2 สอบใบขับขี่รถ ท2

สอบใบขับขี่ประเภท2 เรียนขับรถบรรทุกรังสิต

#สอนเข้าท่าสอบ ท2 #สอบใบขับขี่ประเภท2

สอบใบขับขี่ประเภท2

 

 

มาดูการเรียนจริงสอนจริง วันนี้เป็นชั่วโมงแรกของการลงสนามเพื่อเตรียมสอบสอบใบขับขี่ประเภท2  อาจารย์ก็จะแนะนำวิธีการเข้าท่าสอบ แนะนำอย่างใจดี นักเรียนก็ไม่เครียดและสนุกไปกับการสอน รวมทั้งได้แนวคิดดีๆ จากอาจารย์ ในเรื่องการเข้าสมัครทำงาน กับบริษัทขนาดใหญ่ ที่มีหลายคนใฝ่ฝัน ที่จะได้เข้าเป็นพนักงาน มีหลายคนที่คิดเหมือนๆกัน บริษัทขนาดใหญ่ ที่มีคนอยากเข้าร่วมงานมาก ด้วยชื่อเสียง และผลตอบแทน ที่เป็นสิ่งจูงใจ ก็มีการกำหนดเงื่อนไขและคุณสมบัตืของพนักงาน การวัดผลจากการขับรถก็เป็นสิ่่งจำเป็นอันดับต้นๆ ในการคัดเลือก นอกจากการวัดผลการขับขี่แล้ว มารยาทในการอยู่ร่วมกับผู้อื่นก็เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง  "จำนวนชั่วโมงไม่ได้วัดคุณภาพ เนื้อหาทีสอนและความใส่ใจเป็นความตั้งใจที่เรามอบให้ลูกศิษย์ทุกคน" ...ด้วยรักจากใจอาจารย์
เรียนขับรถต้องทีรังสิต สอนขับรถแบบคุณภาพ ไม่ใช่แค่การสอนขับรถ เพื่อให้รถเคลื่อนที่ไป แต่สิ่งที่อาจารย์อยากเห็นคือความสำเร็จ และความก้าวหน้าของลูกศิษย์ที่ขับเคลื่อนไปข้างหน้าเช่นกัน

"จำนวนชั่วโมงไม่ได้วัดคุณภาพ เนื้อหาทีสอนและความใส่ใจเป็นความตั้งใจที่เรามอบให้ลูกศิษย์ทุกคน" ...ด้วยรักจากใจอาจารย์
เรียนขับรถต้องทีรังสิต สอนขับรถแบบคุณภาพ ไม่ใช่แค่การสอนขับรถ เพื่อให้รถเคลื่อนที่ไป แต่สิ่งที่อาจารย์อยากเห็นคือความสำเร็จ และความก้าวหน้าของลูกศิษย์ที่ขับเคลื่อนไปข้างหน้าเช่นกัน

รร สอนขับรถ เรียนขับรถ สอนขับรถชั่วโมงแรก

รร สอนขับรถ เรียนขับรถ สอนขับรถชั่วโมงแรก Bewagon

สอนขับรถ รังสิต

รร สอนขับรถ การตรวจสอบสภาพและประเภทของยานพาหนะที่ใช้ รถฝึกสอน รถฝึกหัดขับ สำหรับการเรียนการสอนที่ใช้ในโรงเรียนสอนขับรถ ควรเป็นรถยนต์รุ่นใหม่ (น้อยกว่า 100,000 ไมล์) ที่เอื้อต่อการศึกษาของผู้ขับขี่ ซึ่งหมายความว่าพวกเขาไม่มีจุดบอดขนาดใหญ่และมีขนาดเฉลี่ยตามมาตรฐาน รถไซส์เล็ก หรือมีขนาดเล็กเกินไปและทำให้ไม่สะดวกสำหรับการสังเกตนักเรียนที่เบาะหลัง การฝึกหัดขับ อาจจะดูเหมือนง่าย แต่เมื่อนักเรียนไปใช้รถขนาดใหญ่ขึ้น อาจทำให้การกะระยะยากขึ้น แต่ถ้าการฝึกหัดขับ ถ้าใช้รถที่มีขนาดใหญ่เกินไป มันกลายเป็นการฝึกที่ยากและทำให้นักเรียนขับรถไม่มั่นใจ  นอกจากนี้การตรวจสอบอุปกรณ์ต่างๆอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยสร้างความปลอดภัยในการขับขี่ของนักเรียนด้วย เช่นดอกยางที่ดีไม่มีความเสียหายและเครื่องหมายที่ชัดเจนว่ารถฝึกหัดขับ ใช้สำหรับการเรียนการสอนของนักเรียน นอกจากนี้ผู้ปกครองอาจสอบถามว่ารถฝึกหัดขับ ของโรงเรียนได้รับการตรวจสอบเป็นประจำหรือไม่ หากพวกเขามีประกันความรับผิดหรือไม่ ในการเรียนการสอนทุกหลักสูตร เราจะมีการสอนที่เรียกว่า BEWAGON ซึ่งเป็นการสอนให้นักเรียน  มีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับเครื่องยนต์ เพื่อเพิ่มความมั่นใจ ในการขับ ในทุกหลักสูตรของโรงเรียนที่เปิดสอน ไม่ว่าจะเป็น เรียนขับมอเตอร์ไซด์ เรียนขับรถ เรียนขับรถบรรทุก เรียนขับรถพ่วง เราจะเลือกใช้รถไซส์มาตรฐาน (standard) ที่ใช้กันทั่วไปในท้องตลาดในการฝึก เพื่อให้นักเรียนเกิดความคุ้นชิน จะไม่ใช่รถเล็กๆ อย่างอีโคคาร์ ซึ่งเป็นรถทีเล็ก และราคาไม่สูง เราคำนึงถึงการฝึกหัดของนักเรียน ถ้าใช้รถขนาดเล็กในการเรียนขับรถ เมื่อไปขับจริงในรถที่ใหญ่ขึ้นมุมมองก็จะต่างกันไป ฉะนั้นเราจึงเลือกใช้รถชนาดมาตรฐานในการสอนขับรถ การเรียนการสอนขับรถ เราจะบอกนักเรียนถึงจุดบอดต่างๆ ที่นักเรียนอาจมองไม่เห็นและอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย